GoPZillATouR-EvEnT

มื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นครั้งแรกที่ได้ไปในฐานะ “นักท่องเที่ยว”

เพราะที่ผ่านมาเคยไปทำงาน หรือไม่ก็เป็นทางผ่านไปจังหวัดอื่น

คราวนี้คุณแม่ชวนไปบึงฉวาก ไม่รู้ทำไม แต่ก็อยากไปเหมือนแม่ อยากไปดูอุโมงค์ใต้น้ำ

ส่วนตัวผมอยากไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ไม่ใช่เพราะเป็นลูกหลานหรอกนะ

อยากไปดูเทคนิคการนำเสนอมากกว่า

 

ก่อนไปตามกำหนดการ ก็แวะไปวัดป่าเลไลย์ ทำสังฆทานกันก่อน

จากนั้นก็ไปพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ซึ่งอยู่ที่เดียวกับศาลหลักเจ้าพ่อเมือง

 

 

หลังจากไหว้เจ้าเสร็จก็รอเข้าชมพิพิธภัณฑ์

ค่าเข้าคนละ 299...ย้ำว่า 299 บาทถ้วน

จะว่าถูกไม๊ ก็ไม่นะ จะว่าแพงไม๊ ก็ไม่เชิงแฮะ

ที่นี่จะเข้าดูต้องเป็นรอบๆ รอบนึงประมาณ 1 ชม.20 นาที

เมื่อถึงรอบ ก็เข้าไปที่ห้องแนะนำก่อน ก็มีฉายโปรเจกเตอร์ดู (ตอนแรกจะมีหน้าท่านบรรหารเป็นการ์ตูนด้วย)

 

มีถุงพลาสติกไว้ใส่ครอบรองเท้า กันพื้นพังมั้ง ใส่แล้วลื่นอีกต่างหาก

จากนั้นจะมีไกด์พาทัวร์แต่ละห้อง ไปเรื่อยๆ

แต่ละห้องก็จะมีเรื่องราวเป็นยุคสมัยของจีน

ตั้งแต่เทพเจ้าสร้างโลก (อู้วววว...) สามก๊ก จิ๋นซี เปาบุ้นจิ้น เยอะแยะมากมาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เทคนิคการนำเสนอ ก็ดูเจ๋งดี แม้ว่าจะเป็นการฉายจากโปรเคเตอร์ก็เหอะ

แต่บางห้องก็มีลูกเล่น เช่น ห้องเรือ ก็ทำพื้นโคลงเคลงได้ มีห้องที่พื้นหมุนเป็นเทิร์นเทเบิ้ล

หลังจากไกด์พาดูแต่ละห้องจนครบ ก็มาทิ้งลูกทัวร์ไว้ที่ห้องสุดท้าย

เป็นห้องที่บอกที่มาของแซ่แต่ละตระกูล และขายของที่ระทึกเอ๊ย ระลึก

 

 

ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไร ที่การดูแต่ละห้องต้องถูกจำกัดเวลา

เมื่อไกด์อธิบายเสร็จ ก็จะรีบพาไปห้องถัดไป แทบไม่มีเวลาถ่ายรูป

ถามว่าคนเข้าไปส่วนมากไปฟังหรือไปถ่ายรูป ผมตอบได้เลยว่า ร้อยละ 70 ต้องถ่ายรูปแน่ๆ

บางห้องมืดตื๋อ เมื่ออธิบายจบ ไฟสว่างก็ให้ถ่ายรูปได้

แต่ให้เวลาไม่ถึง 3 นาที กับคนดู 30 คน...จะไปถ่ายอะไรทันครับ

แต่ต้องยอมรับว่า ทำสีสัน บรรยากาศได้สวยดี

 

ไปต่อบึงฉวากดีกว่า

ไปถึงทางเข้ามีสวนสัตว์ด้วย รีสอร์ทก็ดูดี บรรยากาศน่าพักมาก

ไปถึงศูนย์แสดงพันธุ์อะไรสักอย่าง ลืมชื่อ ก็จ่ายค่าตั๋ว 30 บาทต่อคน (ทำไมถูกจังฟะ)

เข้าไปดูปลา ดูอุโมงค์ สวยๆ ชอบๆ ส่วนตัวเป็นคนชอบน้ำ ชอบปลา

แต่เห็นปลาบึกแล้วกลัวว่ะ

 

  

 

เดินดูปลาน้ำจืดแล้ว ว่าจะไปดูปลาทะเลต่อ

ค่าเข้าคนละ 150…เอ่อ....ไม่เข้าละ

มาสุพรรณ มาเสียตังดูปลาทะเล มันแปลกๆ ก็เลยกลับ

แวะไปดูบ่อไอเขี้ยม ก็เจอป้ายนี้เข้า

 

ขนาดไอเขี้ยมยังโดนริดรอนสิทธิในการกระทำกิจอันเป็นบ่อเกิดการดำรงเผ่าพันธุ์เลย ฮ่าๆ

 

กลับกทม.เจอฝนตกโปรยๆตลอดทาง ก็เลยได้เห็นกับ สิ่งที่ในกทม.ไม่ค่อยได้เห็น

 

 

อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างวันนั้น...

   หลังจากไปดูสถานที่จัดงานที่สนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่ ไม่ทันจะได้เก็บภาพและวัดพื้นที่ ฝนเจ้าก็สาดดดลงมา ประหนึ่งไม่ต้อนรับคณะทัวร์ของเรา

เจ้าพ่อเมืองเชียงใหม่ก็แนะนำว่า เดี๋ยวจะพาไปดูโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งแกมาช่วยบริจากคทุกปี และก็เป็นโรงเรียนแห่งนี้ที่จะนำรายได้จากการจัดงานปลายปีมาบริจาคเช่นกัน

จากสนามกีฬาไปประมาณ 15 นาที ก็ถึง "โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่"

 

เจ้าพ่อเล่าว่า เมื่อก่อนมีคนมาบริจาคมาสงเคราะห์อย่างมากมาย แต่เมื่อสิ้นสมเด็จย่า คนก็เริ่มหดหายไป

เจ้าพ่อโชว์กร่างเดินไปหาอาจารย์คนนั้นคนนี้ บอกจะมาดูสถานที่ แต่เจ้าพ่อไม่ได้นัดไว้ เลยโทรหา ผอ.โรงเรียนเองเลย (เก๋าจริงๆ)

ผอ.ไปสนามบินแล้วก็เลยได้คุยกับอาจารย์ ซึ่งน่าจะเป็นผู้ช่วยมั้ง แกก็เล่าความเป็นมาของโรงเรียนให้ฟัง พร้อมเล่าปัญหาที่เกิดขึ้น

จากนั้น เจ้าพ่อก็บอกว่าขอดูรอบๆโรงเรียน เพื่อให้พวกเราเห็นว่าเด็กๆอยู่กันอย่างไร

เราได้เห็นเด็กแว้นวีลแชร์ดริฟท์กระจาย ได้เห็นน้องๆที่บกพร่องทางร่างกาย ได้เห็นห้องเรียน ห้องพัก และผลงานแฮนด์เมดสำหรับหารายได้เข้าโรงเรียน

 

 

เจ้าพ่อบอกกับทีมว่า โรงเรียนแห่งนี้น่าสงสาร เพราะพอมีใครจะทำบุญก็จะนึกถึงบ้านพักคนชรา บ้านเด็กกำพร้า วัดจนๆ แต่ไม่ค่อยมีใครจะนึกถึงคนอีกกลุ่ม

กลุ่มที่ซึ่งพยายามจะมีชีวิตอยู่ โดยไม่ต้องร่ำรวยอะไรมากมาย แค่ช่วยตัวเองในการดำรงชีวิตประจำวันได้ก็พอ

 

 

  

เจ้าพ่อมักจะยกตัวอย่างเด็กเหล่านี้ให้กับเพื่อนพี่น้องทั้งหลายให้ฟังว่า คนบางคนเกิดมาไม่สมประกอบแต่พยายามจะมีชีวิต

แต่ บางคนเกิดมาพร้อมทุกอย่างแต่พอถึงคราวท้อแท้ก็อยากจะตาย ไม่ยอมสู้ต่อ

เจ้าพ่อจึงเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆแกจะสนับสนุนอย่างเต็มที่

พวกเราก็เห็นด้วยกับการทำบุญ

แต่งานที่จะจัดเนี้ย

 

ขอไม่ขาดทุนจะได้ไหมน้อออ...สาธุ

 

หมายเหตุ เว็บไซต์โรงเรียน http://www.sswal.th.edu อยู่ที่นนทบุรีก็มีอีกแห่ง

   

   แบบว่าเพิ่งไปพักร้อน(ตอนหน้าหนาว)เมื่ออาทิตย์ก่อน

อารมณ์ยังตกค้าง ความขี้เกียจเริ่มตกตะกอน

กลับเข้าเมืองกรุง รู้สึกเหมือนจากไปนาน

ทั้งๆที่ไปแค่ 2 วัน 1 คืน

ไฮไลท์ครั้งนี้คงมีแค่ขาไปที่นั่งรถไฟไป

เป็นการขี่ม้าเหล็กครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี 

เช้าวันเสาร์ รอบ 8.05 น.

แอร์บนรถไฟหนาวมาก

หนาวกว่าลำปางของโน้ส อุดมอีก

แบบว่าพูดแล้วมีไอออกมาด้วย

ไม่ได้โม้

หนาวมากกก...

 หนาวไม่เกรงใจคนนั่งเลย

  

ผ่านไปแล้วครึ่งอาทิตย์

แต่ในหัวยังคงคิดถึงหัวหิน

เพราะจู่ๆก็มีเพลงเกี่ยวกับหัวหินขึ้นมาในหัว

หลายคนคงเคยร้อง

หลายคนไม่เคยฟัง

เพราะมันเก่า

และเราแก่ ฮ่าๆๆๆ

.

.

.

รถไฟจะไปหัวหิน

จับผู้หญิงมาทรมาน

จับผู้ชายมาทรยศ

จับแม่มดมาดึงสะดือ

จับกิ้งกือมาทำก๋วยเตี๋ยว

จับแมวเหมียวมาเต้นระบำ

จับแมวดำมา.เป่า..ยิ้ง..ฉุบบบ

.

.

นั่นล่ะ

เพลงเป่ายิ้งฉุบ

 

รู้สึกแก่ว่ะ