GoPZillATalK

ช่วงนี้มีแต่ข่าวการเมืองงี่เง่าๆ

พอดีได้รับกลอนเก่าๆ จากพี่คนนึงมาโพสต์ไว้

เลยเอามาให้อ่านกัน

 

 

"...สัปดาห์นี้มีเรื่องความเมืองใหญ่ ไทยถูกฟ้องขับไล่ขึ้นโรงศาล
เคยเป็นเรื่องโต้เถียงกันมานาน ที่ยอดเขาพระวิหารรู้ทั่วกัน
กะลาครอบมานานโบราณว่า พอแลเห็นท้องฟ้าก็หุนหัน
คิดว่าตนนั้นใหญ่ใครไม่ทัน ทำกำเริบเสิบสันทุกอย่างไป


   อันคนไทยนั้นสุภาพไม่หยาบหยาม เห็นใครหย่อนอ่อนความก็ยกให้
ถึงล่วงเกินพลาดพลั้งยังอภัย ด้วยเห็นใจว่ายังเยาว์เบาความคิด
เขียนบทความด่าตะบึงถึงหัวหู ไทยก็ยังนิ่งอยู่ไม่ถือผิด
สั่งถอนทูตเอิกเกริกเลิกเป็นมิตร แล้วกลับติดตามต่อขอคืนดี 

   ไทยก็ยอมตามใจไม่ดึงดื้อ เพราะไทยถือเขมรผองเหมือนน้องพี่
คิดตกลงปลงกันได้ด้วยไมตรี ถึงคราวนี้ใจเขมรแลเห็นกัน
หากไทยจำล้ำเลิกบ้างอ้างขอบเขต เมืองเขมรทั้งประเทศของใครนั่น?
ใครเล่าตั้งวงศ์กษัตริย์ปัจจุบัน องค์ด้วงนั้นคือใครที่ไหนมา?

   เป็นเพียงเจ้าไม่มีศาลซมซานวิ่ง ได้แอบอิงอำนาจไทยจึงใหญ่กล้า
ทัพไทยช่วยปราบศัตรูกู้พารา สถาปนาจัดระบอบให้ครอบครอง
ได้เดชไทยไปคุ้มกะลาหัว จึงตั้งตัวขึ้นมาอย่างจองหอง
เป็นข้าขัณฑสีมาฝ่าละออง ส่งดอกไม้เงินทองตลอดมา

   ไม่เหลียวดูโภไคไอศวรรย์ ทั้งเครื่องราชกกุธภัณฑ์เป็นหนักหนา
ฝีมือไทยแน่นักประจักษ์ตา เพราะทรงพระกรุณาประทานไป
มีพระคุณจุนเจือเหลือประมาณ ถึงลูกหลานกลั บเนรคุณได้
สมกับคำโบราณท่านว่าไว้ อย่าไว้ใจเขมรเห็นจริงเอย..."


ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์
๑๘ ตุลาคม ๒๕๐๒

 

คนๆเดียวแท้ๆ

ลับมาอีกแล้วตามคำเรียกร้อง...ใครเรียก

วันนี้ GoPZillA ชวน (บังคับ) ชิมขอเสนอ อาหารลูกครึ่ง ไทย อิตาลี กับเมนูสูตรเด็ด

 “สปาเกตตี้ซอสนรกหมกเม็ดเข็ดแย้วว”

รับรองเสียวซ่านทะลุชักโครกกันแน่แท้

ส่วนผสมเตรียมไม่ยาก หาง่าย และราคาถูก

เพราะถ้าแพงกว่านี้ คงไม่ทำร้ายตัวเองด้วยอาหารอุตริเยี่ยงนี้แล

 

1.         เส้นสปาเกตตี้ หรืออยากกินมะกะโรนีก็เอา ลองเส้นมาม่าก็อร่อยแต่จะเละกว่า

2.        น้ำมัน อะไรก็ได้ เพราะเลือกไม่เป็น

3.        ซอสทั้งหลาย ที่เลือกมาคือ ซอสมะเขือ ซอสพริก และซอสเผ็ด (คล้ายทาบาสโก้ แต่ราคาถูกกว่า)

4.       ปลากระป๋องแบบผัดเผ็ด

5.       น้ำพริกนรกหมกเม็ด

6.        สุดท้าย...ยาแก้ท้องเสีย หึหึ

อุปกรณ์ ใช้อย่างเดียวเพราะขี้เกียจล้าง ใช้กระทะทรงลึก จะได้ต้มได้ด้วย

 

ลงมือ

ต้มน้ำให้เดือด ใส่เส้นสปาเกตตี้ลงไปต้ม ใส่เกลือด้วย ไม่รู้ทำไม ที่ห่อมันบอกให้ใส่

 

ต้มไว้เลย 10 นาที คอยเชกเส้นว่านิ่มยังด้วยการตักมาแทะเล็มดู

เอาเส้นขึ้น แช่น้ำเย็นกันเส้นติดกัน ถ้าใช้เส้นมาม่าก็เอาไปสะเด็ดน้ำ

 

ตั้งกระทะอีกที ใส่น้ำมันเล็กน้อย จะใส่ก็ได้ เพราะทำอาหารไม่เป็น เห็นว่าน่าจะใส่ก็ใส่

พอเริ่มร้อนก็เอาเส้นลงไปผัดน้ำมันก่อน ถ้ามีผักหน่อยก็ดี จะดูมีสถุน เอ๊ยสกุลมากขึ้น

 

ใส่นรกลงไป กินเยอะๆให้เคยชิน ตายไปจะได้คุ้นกับนรก

 

ใส่ซอสตามสะดวกเลย ทำครั้งแรก มือหนักเกิน เส้นเลยแฉะๆ

ใส่ปลากระป๋องลงไป เอาน้ำมันที่อยู่ในกระป๋องลงด้วย จะได้หอมๆ

ผัดให้เนื้อปลาร้อน และกระจายๆทั่วๆ

 

เอาใส่จานแล้วก็เชิญทำร้ายตัวเองได้

 

เนื้อปลาสีเหมือน.......เลย

แด๊กไม่ลง

 

 

ผลการประเมิน

ความคิดสร้างสรรค์    ไม่ให้คะแนน เพราะหยิบมั่ว ไม่มีแนวคิด

ความอร่อย               สิบดาว เพราะทำเอง แหวะ

คุณค่าทางโภชนาการ   ไม่ค่อยได้ว่ะ แต่อิ่มก็พอ

 

 

ใครทำอาหารไม่เป็นก็เชิญเลียนแบบได้ หรือถ้าอยากสุขภาพดีก็ไปซื้อกินซะนะ

ส่วนใครทำอาหารเป็น แนะนำให้ทำอย่างอื่นกินจะดีกว่า

 

 

เด็กและสตรีมีคัน และครรภ์ไม่ควรเลียนแบบ

วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 เวลา 14.32 น.

สถานที่ โต๊ะรับแขกในห้อง 301 โรงแรมมนตรี จังหวัดเชียงใหม่

มองออกนอกหน้าต่างไปก็เห็นกำแพงเมืองเก่า สลับกับเซเว่นอิเลฟเว่น สตาร์บัคส์และความเป็นเมืองที่ไม่ได้ต่างจากกรุงเทพมากนัก รถติด อากาศบริสุทธิ์หายากมากขึ้น จะดีหน่อยตรงที่ยังมีคูเมืองให้ดูชุ่มชื่นตาบ้าง

เหตุผลที่มาเยือนต่างเมืองเกิดในครั้งนี้ คือ การมาประชุมและสำรวจสถานที่ที่จะจัดปาร์ตี้ช่วงท้ายปี ให้กับกลุ่มไบค์เกอร์ หรือนัดบิดประเภทบิ๊กไบค์ ช๊อปเปอร์ทั้งหลายแหล่ของเมืองไทย

มาครั้งนี้ ผมได้พบกับบุคคลที่ซึ่งเคยได้ยินหัวหน้าพูดถึงมานานแล้ว น่าจะเป็นตำนานของเมืองไทยคนหนึ่ง แต่ถ้าหากไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร ก็คงไม่แปลก

เพราะการแต่งตัว การพูดจา บุคลิกภายนอกก็หลอกผมไปได้แว่บนึงเหมือนกัน จนเมื่อได้ยินบทสนทนาของหัวหน้าคุยกัน และมีแซวกัน จนแกเล่าเรื่องในอดีตออกมาเรื่อยๆ

วงคาราบาว น้าแอ๊ด น้าเล็ก น้าเขียว น้าหงา และหลายๆคนในวง คือเพื่อนร่วมวงเหล้าของแก

นักเขียนดังๆ ที่ผมเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่ค่อยชอบอ่านเลยไม่ค่อยรู้จักนัก เช่น รงค์ วงสวรรค์ และอีกหลายๆๆๆๆคน จำไมได้ เพราะคุ้นชื่อคนเดียว แต่ลูกพี่ที่เป็นักอ่านแกรู้จักหมดเลย เหล่านี้ก็เคยเป็นเพื่อนร่วมเขียน รุ่นน้องที่ฝากงานให้ และผู้ที่เคยคลุกคลีกับแก

ไหนจะมีวงดนตรีสกา เร๊กเก้ และแนวๆนี้อีกหลายวงที่ให้ความเคารพแก

ผมไม่รู้จักประวัติแกมากนัก แต่เมื่อได้ฟังแล้ว...อึ้งครับ

ชายวัยกลางคน อายุราวๆ 40-50 แต่งกายเสื้อยืด กางเกงยีนส์ ไว้พุงพอประมาณ ผมยาวปะบ่ามีขาวแซมตรงรอยแสกกลาง

ใครจะไปคิดว่านี่คือคนในตำนาน ขาใหญ่เมืองปาย

แกเล่าว่าเร็วๆนี้ น้าหงา จะไปเล่นดนตรีที่ร้านของแกที่ปาย โดยมีแขกเป็นรองนายกเมือง หรืออะไรประมาณนั้นไปที่ร้าน และท่านรองนั้นชอบเพลงของ ศรันย่า อย่างมากกก แกก็เลยขอให้น้าหงาร้องเพลงของศรันย่า

น้าหงาแกไม่รู้จักเพลงที่ขอไป เดือดร้อนแกต้องหาเพลงและเนื้อเพลง คอร์ด ต่างๆส่งให้น้าหงาไปแกะมาโชว์

เป็นเรื่องขำๆในหลายสิบเรื่องที่แกเล่าให้ฟัง

ไว้มีโอกาสไปปายเมื่อไร คงต้องขอแวะไปคารวะแกอีกสักที

 

วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 เวลา14.44 น.

 

ปล.สาวเหนือแดกแฟ้บหรอเจ้า ขาวกันซะ