GoPZillATalK

ลังจากเกม GTA ถูกริดรอนอิสรภาพ โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ผมก็เกิดคำถามขึ้นภายในจิตอันไม่ปกติ

ทำไมต้องเก็บเกมด้วยวะ (ยังดีที่มีอยู่ แต่ไม่บอกใคร อิอิ)

เล่นเกมแล้วฆ่าคน

เกมผิด

จับเกม

เกมติดคุก

ทำไมไม่ไปปิดบริษัทผลิตเกมเลยล่ะ

ทำไมล่ะ

ทำมายยยยย...

ถ้าพรุ่งนี้เด็กไทยวัยสามขวบนิดๆ

หัวแตกตาย

เพราะกระโดดเอาหัวกระแทกอิฐ

สาเหตุมาจากเล่นเกมมาริโอ

อยากได้เห็ดทำให้ตัวโต

จะทำยังไงกันดี...

...

แม่เจ้า...

 

...อย่าดูถูกคนไทยให้มากนะครับคนไทย...

ตื่นมา ท้องฟ้ามืดหม่น
ฝนเพิ่งหยุดตกได้สักพัก...มั้ง ไม่รู้ เพราะเพิ่งตื่น
ออกจากบ้าน ฟ้าครึ้ม แต่ตรงข้ามหมู่บ้านเจอสาวน้อยจิ้มลิ้ม Girl รอแท๊กซี่เหมือนกัน
โอว...เช้านี้ไม่มืดหม่นไปซะทุกอย่างละ...Embarrassed
วันนี้รถติดมากมาย แท๊กซี่ก็เล่าให้ฟังว่ามีปั๊มแก๊สระเบิดที่ปากน้ำ
อืม มันจะเกี่ยวกับที่รถติดมาถึงสุขุมวิทบ้านเรารึเปล่าหนอ
ขอย้ำว่าสุขุมวิท ใครบอกคลองเตย...มีโกรธ...Baring teeth
ไม่ใช่ว่ารวยเลยนั่งแท๊กซี่หรอกนะ แค่เทียบกับราคา มอเตอร์ไซค์ 2 ต่อ กะรถไฟฟ้า
ก็ตกอยู่ 60 บาทละ นั่งสบายเลยดีกว่า
ปกติเส้นทางที่ใช้ประจำคือ เข้าสุขุมวิท 31 จะมาโผล่ซอยพร้อมพงษ์ข้างๆตึก Italthai เพชรบุรี
จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้า RCA แหล่งวัยรุ่น(ไหน)
ถ้ารถไม่ติด ใช้เวลาเต็มที่ไม่เกิน 20 นาที
แต่โดยปกติรถก็จะติด โดยเฉพาะแยกออกจากซอยพร้อมพงษ์
1 ไฟเขียว ของรถในซอย = 4 ไฟเขียวของถนนเพชรบุรี (รถไปกลับได้คนละ 2 เขียว)
รถในซอยก็เยอะ แต่ต้องมาติดเพราะโดนบีบเหลือเลนเดียวตรงปากซอย
มีวิธีเลี่ยงได้คือ ออกซ้ายแล้วไปอ้กลับรถใต้สะพาน แยกอโศก-เพชรบุรี
เคยทำอย่างนี้อยู่ครั้งนึง พอกลับรมาถึงแยกพร้อมพงษ์
ไอรถคันหน้าสุดก็ยังติดอยู่เหมือนเดิม กลายเป็นว่ากลับรถแล้วเร็วกว่า
วันนี้ก็เลยเอาอีก ไปกลับรถดีกว่า รถในซอยช่างต่อกันยาวเหลือเกิน
ด้วยเวลาขณะนั้น 09.05 น.ละ
แล้วเป็นไงล่ะ กลับรถเสร็จก็ติดมันซะตรงนั้นเลย...AutoAutoAuto
ติดอยู่หน้าร้านหมูกะทะ เยี่ยมมมม หิวซะขึ้นมาทันที
เอาไงดี ติดไปก็ดูไม่มีอนาคต แท๊กซี่เลยพาแล้วไปออกพระราม9
เยี่ยมมมมม
หนอ...พาอ้อมนิดนึง ติดใจเลยนะเมิง
เข้าพระราม 9 วนไปวนมาหนีรถติดเพลินเลย มากลับรถหน้าโรงพยาบาลปิยเวช
เข้า RCA ได้อย่างสวัสดิภาพท่างกาย แต่ไม่สวัสดิภาพทางการเงินเลย
09.35 น.
บัดซบ
ปกตินั่งเสียไม่เคยเกิน 70 บาท วันนี้เฉียดร้อยไปนิดนึง
ที่เล่ามาตั้งเยอะให้อ่านทำไมไม่รู้ แค่อยากจะบอกบางอย่างเท่านั้นเอง
คุณเคยคิดเสียใจในเรื่องที่ตัดสินใจเลือกไปแล้วหรือไม่
ผมยอมรับว่าไม่เคย...ยกเว้นอยู่เรื่องส่วนตัวเรื่องนึง ไม่บอก อิอิ
ที่บอกว่าไม่เคยเพราะว่า ผมคิดว่าการที่เราตัดสินใจเลือก ไม่ว่าจะใช้อารมณ์หรือเหตุผล
มันก็คือการคิดอย่างนึงละ ละเราย่อมคาดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาได้ในระดับนึง
แต่...ถ้าเราไม่เลือกอย่างนี้ เลือกอีกอย่าง คุณจะรู้ได้ย่างไรว่าผลลัพธ์มันจะดีกว่า
ถ้าผมไม่ไปกลับรถอโศก ผมอาจจะถึงออฟฟิศในอีกชั่วโมงนึงก็เป็นได้
หรือ ถ้าผมไม่เข้าพระราม 9 ผมอาจจะถึงออฟิศตั้งแต่ค่ารถยังไม่เกิน 70 บาทก็เป็นได้
ณ นาทีที่เราตัดสินใจ มันมีปัจจัยบีบบังคับให้เราเลือก
แต่นาทีที่เราย้อนกลับมาคิด บางครั้งเราไม่ได้คิดถึงปัจจัยเหล่านั้น
ก็เลยทำให้เกิดคำพูดออกมาเช่น "ไม่น่า...เลย" " รู้งี้...ซะดีกว่า" "กูว่าแล้ว..."
ความหยาบ หรืออารมณ์ร่วมขึ้นอยู่แล้วแต่กรณี
ประมาณนั้น
เอาเป็นว่าถ้าเราเคารพการตัดสินใจของตัวเอง
ยอมรับกับเหตุการที่ตามมา
แก้ไขมันด้วยสมองอันน้อยนิดได้แล้วล่ะก็
นั่นล่ะ
...แมนโคตร...
   เคยได้ฟังวิทยุบนรถแท๊กซี่ในวันฝนตกพึมพำ
วิทยุคลื่นอะไรจำไม่ได้เพราะไม่ได้ตั้งใจฟังเนื่องจากง่วงและหนาว
...ฝนตกเปิดแอร์ซะเย็นเชียว
ในช่วงแรกที่เปิดเค้าก็เปิดเพลงเพื่อชีวิตทั่วไป
เราก็ฟังได้ แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก
จนเมื่อดีเจหรือ ที่เรียกในปัจจุบันว่า พีเจ พูดขึ้นมา
เนื้อหาเกี่ยวกับกระดาษหน้าที่ 3
ต่อมอยากรู้อยากเห็น อยากเข้าใจก็เด้งปึ๋งขึ้นมา รอฟัง
กระดาษทั่วไปที่เราใช้จะมี 2 หน้า คือใช้ได้ 2ครั้ง
หลังจากนั้นจะกลายสภาพเป็นอะไร ถุงกล้วยแขกหรือ ชั่งกิโลขาย
ก็สุดแล้วแต่ท่านจะโปรดกันไป

press

แต่ก่อนที่มันจะมีประโยชน์ตรงนั้น
ยังมีคนบางกลุ่มที่สามารถใช้ประโยชน์ของกระดาษนี้ได้อยู่
ไม่ว่ากระดาษจะสีอะไร เลอะหมึก ขีดเขียน มีคราบน้ำลายหยด
พวกเขาก็ยังใช้มันได้ และไม่ได้ใช้เล่นๆด้วย
พวกเขาสามารถใช้มันเพื่อการศึกษา
พวกเขาคือ ผู้พิการทางสายตาน่ะเอง
กระดาษเหลือใช้จากพวกเราชาวออฟฟิศนคร
สามารถนำไปทำหนังสือ เอกสารที่ใช้ประกอบการศึกษาของพวกเขาได้
เพราะเขาจะเอากระดาษเหล่านี้ไปทำหนังสืออักษรเบลล์
ถึงกระดาษจะมีสีดำสนิท เลอะเทอะแบบน่าเขกกะโหลกคนทำเลอะ
แต่พวกเขาก็อ่านได้
เพียงแค่พวกเราๆท่านๆส่งกระดาษเหลือใช้เหล่านั้นไปยัง
มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
แค่นั้น เราก็สามารถเพิ่มประชากรที่มีความรู้แม้พิการทางสายตาได้
แม้จะไม่ได้ช่วยให้พวกเขามองเห็น
แต่ก็ช่วยให้พวกเขาอ่านออก เขียนได้ ทำงานด้วยตัวเองได้
กระดาษหนึงแผ่น เราใช้ไปสองหน้าแล้ว
เก็บหน้าที่สามไว้ให้พวกเขาใช้กันบ้างเหอะ

   ด้ท่องโลกอินเตอร์เนทเล่นอยู่ ก็ไปเจอหัวข้อน่าสนใจ ซึ่งน่าจะเหมาะกับนิสัยชอบรู้อนาคตของเราๆท่านๆนัก วันนี้ก็เลยขอนำเสนอ คำทำนายอนาคตล่วงหน้าเป็นชาติ ไว้รอดูกันว่าจะเป็นจริงอย่างเค้าทำนายรึเปล่าอย่าไปงมงาย และอย่าไปลบหลู่ละกัน พี่น้อง

ขอให้บันเทิง

   วานก้า หรือชื่อจริงคุณยาย วานเกเลีย ปานเดว่า กุชเตโรว่า เป็นชาวบัลแกเรีย ซึ่งตายไปเมื่อหลายปีก่อน

 

   คุณยายผู้นี้เกิดเมื่อ 31 มกราคม 1911 ในครอบครัวชาวนายากจน ที่หมู่บ้าน สตรูมิซ่า ที่ปัจจุบันอยู่ใน มาเซโดเนีย     เมื่อคลอดออกมา คุณยายทำท่าว่าจะไม่รอดตั้งแต่หลังคลอด แต่ไม่ยักกะตาย และหลังจากมีอายุได้ 2 เดือน เด็กน้อยก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเด็กปกติ

   ตอนอายุ 3 ขวบ แม่คุณยายก็เกิดมาตาย ไม่นานหลังจากนั้น พ่อก็ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามโลกครั้งแรก เพื่อนบ้านต้องช่วยกันดูแลเด็กน้อยแทนหลังจากพ่อกลับมา ชีวิตของท่านก็ดีขึ้น เมื่อพ่อมีเมียใหม่ แม่ใหม่ก็ไม่ได้รังเกียจลูกเลี้ยง

   พอคุณยายมีอายุได้ 12 ขวบ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับตัวท่าน กล่าวคือได้เกิดพายุหมุนในหมู่บ้าน (โดยก่อนและหลังเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย) พายุได้หอบเอาคุณยายขึ้นไปเบื้องบน ก่อนจะปล่อยตกลงมาในภายหลัง และหลังจากนั้นตาของคุณยายก็เริ่มมองไม่เห็น หลังการผ่าตัดก็ไม่หาย และมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง 3 ปีหลังเหตุการณ์นั้น

   ปี 1925 คุณยายถูกส่งตัวเข้าโรงเรียนคนตาบอด และใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3 ปี เมื่อกลับมาบ้าน ก็ต้องเจอกับชีวิตที่ยากลำบาก ทั้งความยากจน งานหนัก และโรคภัยไข้เจ็บที่เกือบจะคร่าชีวิต แต่ในช่วงนั้นเองที่คุณยายเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอำนาจพิเศษ นั่นก็คือการมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆทั้งจากในความฝัน พรายกระซิบ และอื่นๆ ทำให้สามารถทำนายทายทักเหตุการณ์ทั้งที่จะเกิดในอนาคต และเกิดมาแล้วได้อย่างแม่นยำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องทหารที่สูญหายไปในแนวหน้า แต่ตอนแรก คุณยายไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร กลัวจะถูกหาว่า นอกจากบอดแล้วยังบ้า

   คำทำนายครั้งแรกของคุณยาย มีขึ้นเมื่ออายุ 16 ปี คือการบอกถึงสถานที่ที่แพะของพ่อที่ถูกลักไป ถูกนำไปซ่อน คุณยายบอกว่า ท่านเห็นสิ่งนี้ในฝัน

 

   ปี 1942 คุณยายแต่งงานกับหนุ่มที่รู้จักกันที่โรงเรียนคนตาบอด และเริ่มเป็นนักทำนายอย่างเป็นงานเป็นการตอนอายุ 30 ช่วงนี้คุณยายเริ่มโด่งดังมากขึ้น เมื่อทำนายทายทักว่า ทหารคนไหน จะกลับมาจากแนวหน้า หรือไม่ได้กลับ ทำให้ผู้คนแห่แหนกันมาหาคุณยาย ให้ช่วยทำนายทายทัก ทั้งเรื่องทหาร เรื่องโรคที่ป่วย

 

   จากการประเมิน เชื่อว่า มีผู้มาขอความช่วยเหลือจากคุณยาย มากถึงกว่าล้านคน แต่ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ได้มีการจดบันทึกใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้น บางคนก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาหรือเธอ มาขอความช่วยเหลือจากคุณยายบ้านนอกตาบอด

   ว่ากันว่า หนึ่งในผู้ที่มาหาคุณยาย เพื่อให้ทำนายโชคชะตาก็คือ ฮิตเลอร์

   เมื่อบัลแกเรีย กลายเป็นประเทศสังคมนิยม ทางการก็เข้ามาตรวจสอบคุณยาย แถมยังส่งคุณยายไปนอนถึงอยู่ครึ่งปี เพราะดันไปทำนายทายทักเรื่องการตายของสตาลิน แต่เมื่อเรื่องการตายเกิดขึ้นจริง พวกเขาก็ปล่อยคุณยายออกมา

   ฝ่ายศาสนาเองก็ไม่ชอบหน้าคุณยาย เพราะคำทำนายหลายข้อขัดแย้งกับความเชื่อ ทางศาสนาของกรีกออโธดอกซ์

   ในส่วนของความแม่นยำนั้น จากการทำวิจัยของนักวิทยาศาสตร์บัลแกเรียผู้หนึ่ง ที่ติดตามคำทำนายมากกว่า 7 พันคำทำนายของคุณยาย ก็สรุปว่า ถูกต้องถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยคำว่าแม่นในที่นี่ ระบุด้วยว่า เกินกว่าระดับที่จะถือได้ว่าเป็นการประจวบเหมาะ

   และเมื่อไม่สามารถสยบกระแสนิยมการมาใช้บริการ ทางการก็เลยหาทางทำเงินทำทองจากเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ     ตั้งแต่ ปี 1967 จนถึง 1990 คุณยาย ถือเป็น ข้าราชการ คนหนึ่ง และมีการกำหนดสนนราคาการเข้ามาขอใช้บริการไว้อย่างเป็นกิจลักษณะ โดยคนจากประเทศสังคมนิยม 15 ประเทศ คิดค่าบริการคนละ 10 เลียฟ (ประมาณ 2 ดอลล่าร์ ) ส่วนจากประเทศอื่นๆที่เหลือคิดคนละ 50 ดอลล่าร์ ...งานนี้ทางการรับเข้ากระเป๋าไปหมด

   ในส่วนของตัวคุณยาย ก็จะได้เงินเดือน เดือนละ 200 เลียฟ นอกจากนั้นก็ยังได้รถยนต์ บ้าน และคนรับใช้

   จากคนที่เคยถูกทางการจับ คุณยายวานก้า ได้กลายเป็น ความภาคภูมิใจของบัลแกเรียไปเสียแล้ว

   เมื่อมีคนชอบ ก็มีคนชัง คนที่ชิงชังคุณยายตาบอดรายนี้มากที่สุด ออกมาติติงคุณยายว่า ทีอันไหนทายถูกแล้วละก็ จำได้จำดี ส่วนอันไหนทายผิด ดันลืมไปหมดนานแล้ว

   นอกจากนั้น ก็ยังบอกว่า คุณยายทำงานประสานกับหน่วยข่าวกรองบัลแกเรีย ในการทำนายโชคชะตาผู้คน คือให้หน่วยข่าวกรองไปสืบข้อมูลของคนที่จะมาพบคุณยายเป็นการล่วงหน้า เขาบอกว่าหลักฐานในเรื่องนี้ก็คือ หลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ล้มลง ฝ่ายข่าวกรองไม่ได้เข้ามาช่วยเหลืออีกต่อไป การทายของคุณยายก็แย่ลง

ต่อไปนี้คือคำทำนายถึงโลกในอนาคตครับ

 

2008 - ผู้นำ 4 ประเทศถูกลอบสังหาร กรณีพิพาทในอินโดสถาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3
2010 - เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน 2010 - ตุลาคม 2014 ) ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดาต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี
2016 - ยุโรปแทบจะร้างผู้คน
2018 - จีนเป็นมหาอำนาจของโลกรายใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา กลับกลายจากประเทศผู้ถูกกดขี่ มาเป็นผู้กดขี่เสียเอง
2023 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
2028 - เกิดแหล่งพลังงานใหม่ (คาดว่า น่าจะเป็น เทอร์โมนิวเคลียร์ รีแอ็คชั่น ) โลกเริ่มเอาชนะปัญหาความอดอยากได้ มนุษย์เริ่มเดินทางไปยังดาวศุกร์
2033 - น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
2043 - เศรษฐกิจโลกรุ่งเรือง มุสลิมปกครองยุโรป
2046 - มนุษย์ปลูกอวัยวะได้ทุกอย่าง การเปลี่ยนอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาโรคที่ดีที่สุด
2066 - สหรัฐโจมตีกรุงโรมของพวกมุสลิมด้วยอาวุธใหม่ คือ อาวุธสภาพอาก าศ ซึ่งทำให้อากาศหนาวเย็นลง
2076 - สังคมไร้ชนชั้น (คอมมิวนิสต์)
2084 - ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู
2088 - เกิดโรคใหม่ โรคแก่ติดจรวด (แก่ในไม่กี่วินาที)
2097 - เอาชนะโรคแก่ติดจรวดได้
2100 - ดวงอาทิตย์เทียมให้แสงส่างกับโลกส่วนที่มืด
2111 - มนุษย์ กลายเป็น มนุษย์ไซบอร์ก (หุ่นยนต์มีชีวิต)
2125 - โลกได้รับสัญญาณจากอวกาศ
2130 - โลกไปตั้ง อาณานิคมใต้น้ำ (จากคำแนะนำของมนุษย์ต่างดาว)
2164 - สัตว์ กลายเป็นสัตว์กึ่งมนุษย์
2167 - เกิดศาสนาใหม่
2183 - อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเป็นเอกราชจากโลก
2187 - โลกหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ 2 ลูก
2195 - อาณานิคมใต้น้ำ เลี้ยงตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ทั้งอาหารและพลังงาน
2196 - ชาวเอเชียผสมกับชาวยุโรปโดยสมบูรณ์
2221 - ในการติดตามหาชีวิตนอกโลก มนุษย์ต้องเจอกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัว
2256 - ยานอวกาศนำโรคร้ายกลับมายังโลก
2262 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดาวหางเกือบชนดาวอังคาร
2273 - การผสมปนเปกันของคนผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ก่อเกิดเป็นคนสีผิวใหม่
2279 - พบพลังที่ไม่ได้มาจากอะไรเลย (คาดว่าอาจจะมาจากสภาพสูญญากาศ หรือไม่ก็หลุมดำ )
2288 - มีการเดินทางไปกับกาลเวลา การติดต่อครั้งใหม่กับมนุษย์ต่างดาว
2291 - ดวงอาทิตย์เริ่มเย็นลง มีความพยายามที่จะจุดมันขึ้นมาใหม่
2296 - เกิดระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ สถานีอวกาศและดาวเทียมเก่าเริ่มตก
2299 - ในฝรั่งเศสเกิดการจลาจลต่อต้านมุสลิม
2302 - เปิดกฏใหม่เรื่องความลับของจักรวาล
2304 - พบความลับของดวงจันทร์
2354 - เกิดความผิดพลาดกับดวงอาทิตย์เทียม ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง
2371 - เกิดปัญหาความอดอยากครั้งใหญ่
2480 - ดวงอาทิตย์เทียม 2 ดวงชนกัน
3005 - สงครามบนดาวอังคาร
3010 - ดาวหางชนดวงจันทร์ เศษซากที่กระจาย พากันโคจรรอบโลก
3797 - ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลือบนโลก แต่มนุษย์ได้ไปวางสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตบนดาวดวงอื่นแล้ว



   ตัวอย่างการทำนายของคุณยายวานก้าที่ว่าแม่นๆนั้น ก็อย่างเช่นเรื่อง
เรือดำน้ำคูร์สค์ ของรัสเซียที่ระเบิดเมื่อหลายปีก่อน ที่คุณยายทำนายไว้ตั้งแต่ปี 1980

 

   คุณยายทำนายเรื่องนี้ว่า ' ในปี 1999 หรือ 2000 คูร์สค์ จะจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนทั้งโลกจะเศร้าใจกับมัน แต่ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ เพราะเมืองคูร์สค์ อยู่ไกลจากทะเล หรือแม่น้ำ และไม่มีใครฉุกคิดว่าคุณยายทำนายถึงเรื่องดำน้ำคูร์สค์

   นอกจากนั้น คุณยายวานก้า ก็ยังทำนายตั้งแต่ปี 1979 ถึงการที่ สหภาพโซเวียต จะกลับคืนมาเป็นรัสเซีย เหมือนเดิม เรื่องที่สหรัฐถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี ในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ตั้งแต่ปี 1989

เรื่องการลงนามใน สนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ระหว่างกอร์บาชอฟกับเรแกน

การเข้ามาอยู่ในกลุ่ม จี 8 ของรัสเซีย

การกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้งของรัสเซีย

การขึ้นมายิ่งใหญ่ของคนชื่อ วลาดิมีร์

และเรื่อง วันตายของคุณยายเอง

 

   คุณยายตายเมื่อ 11 สิงหาคม 1996 เวลา 10:10 น.ตรงตามที่ทำนายเอาไว้ทั้งวันที่ และเวลา

ว่าแต่คุณยายทำนายได้มะ เมื่อไรพันธมิตรกะนายกจะรักกัน
ขอบคุณ :http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6609938/X6609938.html

 

จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายที่ได้ทำบุญให้เด็กกำพร้า หรือเด็กพิการครั้งสุดท้าย
มันก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว
ยิ่งถ้านับย้อนไปถึงครั้งแรกที่เลี้ยงเด็กกำพร้า ก็คือ 8 ปีที่แล้ว
แม่เจ้า แก่ว่ะ
ครั้งแรกตอนปีหนึ่ง นัดกับเพื่อนรวมกันเป็นสิบไปเลี้ยงเด็กอ่อนพญาไท
เป็นครั้งแรกที่ได้ทำบุญให้กับเด็กๆเหล่านี้
ครั้งนั้นเข้าไปที่สถานรับเลี้ยงแล้ว บรรยากาศร่มรื่นมาก
แต่ถ้าให้เลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากอยู่ที่นั่นหรอก
กิจกรรมที่ทำวันนั้น ก็ได้เลี้ยงอาหารกลางวัน ป้อนข้าวน้องๆ
ตอนป้อนนี่ บางคนชอบเล่นก็จะกินไปเล่นไป
บางคนขี้อาย ก็กินคำ มุดโต๊ะหนีที เอ่า จะอิ่มไหมนั่น
พี่เลี้ยงก็จะพาดูพื้นที่รอบๆ ก็ไปเจอห้องหนึ่งที่เป็นเด็กเล็ก
มีคนหนึ่งอยู่ในเปล พอเห็นคนมาเยี่ยมก็ยิ้ม ลุกขึ้นมาเกาะเปลร้องแอ๊ๆ
แต่มีคนนึงที่ผมเห็น น้องเค้าท้องใหญ่มาก รู้สึกว่าจะเป็นโรค จำไม่ได้โรคอะไร
พี่เลี้ยงแกก็เล่าประวัติของน้องเค้า ฟังแล้วก็น่าสงสาร แต่จำไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ
เอาเป็นว่าวันนั้น ทั้งดีใจทั้งสงสาร
ดีใจที่อย่างน้อยเราก็ทำให้น้องๆเค้ามีเพื่อนเล่น ถึงจะเป็นเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เถอะ
อีกใจก็สงสาร ถ้าเป็นเศรษฐีนะ จะบริจาคเป็นแสนโชว์นายกแมร่งเลย
หลังจากเลี้ยงเด็กๆเสร็จก็ยังคุยกับเพื่อนๆอยู่เลยว่า อยากจะมาเลี้ยงทุกๆปี
แต่เวลาผ่าน ลมปากก็ปลิวหายไป ฮ่าๆๆ ลืมกันหมด
มาถึงวันนี้ 8 ปีกว่าแล้ว
หัวหน้าผมนัดจะทำบุญให้เด็กอ่อน แต่เป็นที่รังสิต คลองอะไรจำไม่ได้ คลอง 5 มั้ง
IMG_7328
ป้ายทางเข้า
ออกเดินทางจากออฟฟิศ 11 โมง  คลาดเคลื่อนจากกำหนดการเดิม 9 โมงเช้า
ไปถึงเที่ยงกว่า ทางเข้าดูร่มรื่น รื่นรมย์
มีกำแพงฝีมือเด็กๆละเลงสีกัน
สวนหย่อม กับของเล่นให้หนูๆวิ่งไล่เตะ ทะเลาะกันตามอัธยาศัย
IMG_7321  
พื้นที่ติดต่อรับบริจาคของ ห้องที่เห็นคือห้องทานอาหารของน้องๆ
IMG_7325 
IMG_7326
บรรยากาศภายในสถานรับเลี้ยง
แต่
หาเด็กไม่เจอสักคน
เพิ่งมารู้ว่าเด็กกินข้าวเที่ยงตอน 11 โมง ไปถึงน้องๆก็ขึ้นไปนอนตีพุงกันหมดแล้ว
ฮ่าๆๆ
ของที่บริจาคก็เป็นของปัจจัยหลักที่ทางสถานดูแลจำเป็นต้องใช้จริงๆ
รวมกับเงินบริจาคอีกจำนวนหนึ่ง ไว้สำหรับซื้อของจำเป็นเพิ่มเติม
IMG_7319  
ของที่เอามาบริจาค
 IMG_7315
กระดานแจ้งของที่ต้องการด่วน ใครว่างกะมีตังค์ก็ช่วยๆหน่อยเน้อ
เสร็จกิจ จึงกลับ แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตซะหน่อย ให้รู้ว่ามาถึงรังสิตแว้ววว
IMG_7334
เด็กๆพวกนี้บางคนต้องถือว่าไร้วาสนา
เกิดมาพ่อแม่ไม่เลี้ยงบ้าง ตายจากกันไปบ้าง
แต่บางคน ไม่รู้ทำบุญมาด้วยอะไร
พ่อแม่ยากจนเลี้ยงไม่ได้ แต่มีฝรั่งรับไปเลี้ยง
โกอินเตอร์ ท่องเอบีซีก่อนจะเขียน กอไก่เป็นซะอีก
IMG_7309   
ผู้ใจบุญกำลังดูนอ้งๆที่โกอินเตอร์ 
IMG_7317
ชื่อคุ้นๆนะ - -"
วาสนาคนมันเลือกไม่ได้เนาะ
IMG_7316     
สาบานนะว่าเห่าได้ นึกว่าหมี
IMG_7320
สภาพรถ ที่ต้องชาร์จพลังไว้สำหรับขากลับ ฮ่าๆ
IMG_7329
ผู้ใจบุญไม่ประสงค์จะออกเงิน แต่จะออกนาม ฮ่าๆๆๆ