เย้.....เย้ เย้ เย้ เย้ เย้...
นี่คืออารมณ์ตอนตี 5 เช้าวันที่ 22 พฤษภาคม 2551
อารมณ์ระเบิดแตก กิ๊วก๊าว อยากจะกรี๊ด แต่กลัวแต๋วแตก
ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น 1 คืน ได้นอนแค่ 2 ชั่วโมง เพราะต้องมาทำงานเลิก ตี 1 แท้ๆ
ตอนนั้นหูตาสว่าง วิ่งขึ้นห้องไปเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายหน้าจอโทรทัศน์
เหมือนคนบ้าเลย ฮ่าๆๆ
ภาพนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเฉลิมฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก
แต่ละคนชูถ้วย และบรรจลจูบต่อๆกัน (อี๋ว่ะ)
คนดูนับหมื่นในสเตเดียม ยิ้ม หัวเราะ ผิดหลัง และร้องไห้ปนเปกันไป
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ที่ได้เห็นทีมรักชูถ้วยแชมเปี้ยนลีก
เพราะเมื่อตอนปีที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์นั้น ผมยังติดภารกิจเรียนหนังสือ
การนอนเกิน 4 ทุ่ม ถือเป็นเรื่องลำบากมาก
ปีนี้ไม่ต้องเรียน แถมจะลาหยุดอีกตะหาก เลยได้ดูสมใจอยาก
ได้เห็นทีมรักชูทั้งถ้วยพรีเมียร์ และถ้วยแชมเปี้ยนลีกทั้งสองถ้วยในปีนี้
รู้สึกอิ่มอุ่น ไม่เสียแรงเชียร์ อิอิ
ก่อนเริ่มเกม ความกลัวผิดหวังพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
แต่เมื่อเริ่มเกมกลับกลายเป็นความมั่นใจเกินร้อยว่า
คืนนี้หมูแน่
แต่หลังจากโดนตีเสมอก่อนหมดครึ่งแรก
ชิหายเลี้ยวววว...เครียด
ครึ่งหลังโดนบี้อย่างหนัก แต่รอดมาได้ด้วย เสาและคานทั้งนั้น
ช่วงต่อเวลา ไม่ได้ดีขึ้นเลยแม่เจ้า
ต่อเวลาครึ่งหลัง ก็ไม่ได้ต่างอะไรเลยถึงจะมีใบแดงให้ไอแมงสาบด(ร)อกบ้าก็เหอะ
ลูกโทษคือตัวตัดสินหลังจากเสมอกันแบบเสียวทวารหนัก 1-1
เพียงแค่ตัวยิงที่สาม (หรือสองหว่า) เจ๊ดโด้วางบอลก่อนจะถอยหลังมาตั้งหลัก
ภาพอดีตตอนยิงบาร์ซ่าไม่เข้ามันย้อนกลับมา
แล้วมันก็เป็นจริง...ไอเจ๊ดดดโด้....แม่เยสสสส
แต่แล้วก็ฟ้ากลั่นแกล้ง
จอห์น เทอร์รี่ กัปตันกระดูกเหล็กวางบอล ฝนเริ่มเทหนักกว่าปกติ
กองหลังดีเดือดวิ่งเข้ามาสไลด์ตัว ก่อนเตะบอล
แม้ว่าฟาน เดอ ซาร์จะพุ่งผิดทาง แต่ก็ดีที่ไม่ต้องเจ็บตัวโดนบอลอัด เพราะบอลมันชนเสาออกไป
เอาแล้ววววว...ขอลุ้น ลูกต่อลูกแล้ววว
เชลซีวางแผนมายิงทางซ้ายของน้าเอ๊ดทุกคน
น้าเอ๊ดก็เลยเล่นจิตวิทยา พุ่งขวาแม่งตลอด ดูว่าใครจะอดทนได้มากกว่ากัน
แล้วก็เป็นอาเนลก้า
พลั๊วะ...บอลลอยละลิ่วออกจากมือน้าเอ๊ด พ้นปากประตูไป
เย้.......หมดคำบรรยายในนาทีนั้น
ในที่สุดสิ่งที่ลุ้นมาตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็เป็นจริง
ดับเบิ้ลแชมป์
หนึ่งถ้วยใหญ่สุดในฟุตบอลอังกฤษ
และ หนึ่งถ้วยใหญ่สุดในสโสรยุโรป
เฟอร์กี้ขอสอง
ถ่ายจากทีวี ฮ่าๆๆ บ้ามาก