หลายวันที่ผ่านมานี้ อยู่ในช่วงทำงานหลายโปรเจกต์ต่อกัน
การกลับบ้านขณะที่ท้องฟ้ายังมีแสงเป็นเรื่องผิดปกติ
มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถเมล์ กลายเป็นคนคุ้นเคยที่ห่างไกลกัน
Taxi เข้ามามีอิทธิพลต่อการหลับนอนของผมมากขึ้น
โชคดี ที่ที่ทำงานกับแหล่งกบดานของผมอยู่ไม่ไกลกันมาก
ค่ารถ 60-70 บาทยังถือว่าโอเคกับการตลุยราตรีของผม
เมื่อวานนี้ (วันที่ 10 เม.ย) หลังจากเสร็จงานประมาณ 2 ทุ่มกว่า
ลูกพี่ก็ชวนไปกินข้าวแถวทาวน์อินทาวน์
ขากลับขี้เกียจต่อรถเมล์ ก็เลยโบก Taxi ซะ
คุณลุงที่น่าจะผ่านร้อนหนาวมาไม่ต่ำกว่า 70 ครั้งเป็นสารถี
แกขับรถที่สภาพไม่น่าใหม่กว่า 10 ปีได้ละ
แอร์ไม่เย็น แต่ก็ไม่ทำให้อึกอัดมากมาย
เสียงเบรค ครึ่กๆๆๆๆ ทุกๆครั้งที่แกสัมผัส
น่ากลัวว่าล้อจะหมุนนำหน้ารถจริงๆ
แกขับมาถึงทองหล่อ ติดไฟแดงอยู่
แกก็หยิบถุงยาในช่องเก็บของหน้ารถมากิน
ผมไม่ทันมองว่ายาเยอะมากขนาดไหน
รู้แต่ว่าแกใช้เวลาในการแกะซองยา และหยิบเม็ดยามาเข้าปากพอสมควร
หลังจากแกดื่มน้ำ แกก็พูดกับผมประหนึ่งรำพันขึ้นมา
แก่แล้วก็ต้องกินยาเยอะ...
ฟังแล้วผมคิดถึงลูกๆที่บ้านของแกทันที
ทำไมคนแก่ขนาดรุ่นน้องของปู่ผมยังต้องมาขับรถรอบดึก
ความสนุกของแก หรือเพื่อยาไส้ชีวิตของแกกันแน่
จากนั้น ผมก็กลับมามองถึงตัวเอง ผมนึกถึงพ่อ...(ยังมีชีวิตนะเฟ้ย)
คิดอะไรไม่บอก...หึหึ
เวลาขับรถแกก็จะพูดบ่นไปเรื่อย แต่วิธีการพูดของแกฟังแล้วรู้สึกว่าแกเป็นคนแก่ที่ใจดี
ไม่มีคำหยาบแบบที่ Taxi ภูธรหลายๆท่านเคยกล่าวเวลาโดนแซง
ผมมองที่มิเตอร์เมื่อใกล้จะถึงบ้าน เลขขึ้นเกือบจะแปดสิบบาท
ผมตั้งใจว่าจะให้แกร้อยนึง ไม่ต้องทอน
ตอนจ่ายเงินผมก็บอกแกไปว่าไม่ต้องนะครับลุง
ลุงแกตอบขอบคุณกลับมา แต่แกบอกว่า
แกรับไม่ได้ แกก็เห็นเราเป็นคนทำมาหากินเหมือนกัน
แกไม่อยากเอาเปรียบ ซึ่งผมก็อยากให้ด้วยบริสุทธิ์ใจ
แต่ก็ไม่อยากขัดปณิธานแก
เข้าบ้านมาลองคิดอีกทีหนึ่ง
มันก็เหมือนกับว่าเราดูถูกคนอื่นเนาะ
เหมือนว่าเรามองว่าเขาทำอะไรไม่ได้
ก็รู้สึกขอโทษคุณลุงนะ แต่เราไม่ได้ตั้งใจมองอย่างนั้น
เอาเหอะ ตราบใดที่แกยังสนุกกับการทำงาน
ก็ขออวยพรให้แกหายไวๆ ขับรถได้ตังเยอะๆ ละกัน
ส่วนผม ก็ขอให้ได้ทำงานที่ไม่ต้องกลับดึกสักวันจะได้ไม๊...
...กล้วยทอด...