2009/Apr/29

ก่ อนอื่น...ผมขอสารภาพก่อน ว่าไม่ใช่คนที่ชอบดูสารคดีที่เกี่ยวกับสังคมมนุษย์มากนัก

ให้ไปดูช้างชำเรากันยังดูน่าสนุกกว่า ฮ่าๆวิปริตเข้าขั้น

แต่แล้วคืนหนึ่งผมก็ได้สัมผัสกับมันโดยตั้งใจ จากช่อง Star Movie

SiCO...คือหนังสารคดีเรื่องที่สองที่ผมตั้งใจลิ้มรสกับมัน

(เรื่องแรก คือ Super Size Me เรื่องเกี่ยวกับอเมริกันแมนที่ชอบสวาปามฟาสต์ฟู้ด ในที่นี้เป็น แมคโดนัลด์)

 

ผมดูไตเติ้ลเพลงตั้งแต่แรก ขึ้นชื่อผู้กำกับ ไมเคิล มัวร์...ชื่อคุ้นๆไหม

ผมไม่เคยรู้จักกับผู้กำกับคนนี้ เคยได้ยินชื่อมาจากหนังสารคดีเกี่ยวกับโศกนาฏกรรม 9 กันยายน (fahrenheit 9/11)

หนังที่ด่าบ้านเกิดของเขาเอง ด่าประธานาธิดีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนของเขาเอง

ดังนั้น ชื่อนี้ก็สามารถทำให้ใครที่รัก บุช ปิดทีวีทิ้งได้ในทันที

หนังสารคดีเรื่องนี้จะกล่าวถึงระบบประกันสุขภาพของอเมริกา

เปิดเรื่องมาก็กล่าวถึงครอบครัวหลายครอบครัวที่ต้องเจอกับปัญหาเกี่ยวกับการรับประกันสุขภาพ

ที่ซึ่งพวกเขาสมัครไม่ได้บ้าง หรือสมัครแล้วโดนเบี้ยวบ้าง โดนเก็บเงินย้อนหลังแทบอ้วก

ผมขอยอมรับว่าทึ่งกับความพยายามผู้กำกับคนนี้มาก

ทั้งข้อมูลเอกสาร บุคคลที่ตกเป็นเหยื่อ หรือกระทั่งผู้ที่เคยทำงานในบริษัทประกัน ออกมาแฉได้อย่างหมดเปลือก...ยิ่งกว่าแฉแต่เช้าอีก

 

ยิ่งดูยิ่งมัน ตัดฟุตเทจหนังเก่า เอาเพลงมาแทรก ยิ่งดูยิ่งสะใจ สนุก และเศร้ากับกลโกงของมนุษย์

มีการสัมภาษณ์เหยื่อ ที่ต้องเสียบุคคลที่เขารักไปเพราะไม่มีเงินจ่าย...

บทสัมภาษณ์ของผู้ที่เคยทำงานกับบริษัทประกัน สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นธุรกิจมากขึ้น เมื่อหมอที่ปฏิเสธผู้ป่วยยิ่งมากเท่าไร ยิ่งประหยัดค่าประกันมากเท่านั้น และสิ่งที่หมอจะได้รับ คือ โบนัส...

บทสัมภาษณ์ของผู้ที่เคยทำงานในบริษัทให้ประกันที่ทำหน้าที่เป็นผู้คอยตอบปฏิเสธการให้ประกัน บ่องบอกว่าเขาดีใจมากเพียงไหนที่หลุดมาจากวงจรเน่าเฟะนี้ได้ เขาพยายามจะไม่ทำความรู้จักกับผู้ป่วย ที่ซึ่งเขาจะได้ไม่ต้องเสียใจกับกาสรปฏิเสธ

มีชาวอเมริกันหัวใส ยอมขับรถไกลข้ามไปแคนาดา เพื่อทำประกันสุขภาพที่เขาจะสบายใจมากขึ้น

 

ช่วงกลางของหนัง

          ผู้กำกับพาทัวร์ไปประเทศในยุโรปหลายที่ ทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศสประกันสุขภาพของประเทศเหล่านี้แตกต่างกับอเมริกาอย่างสิ้นเชิง ทั้งรักษาฟรี ยาฟรีหรือไม่ก็ถูกมากก...

หมอก็เป็นลูกจ้างของรัฐบาลโดยตรง รายได้ของหมอก็เพียงพอให้เขามีชีวิตที่สุสบาย แม้ไม่ได้หรูหรามากนักแต่พวกเขาก็สุขใจที่ได้รักษาผู้ป่วย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินมารักษาหรือไม่

 

อีกทั้งที่ผรั่งเศสยังมีสวัสดิการลาป่วย วันหยุดสำหรับย้ายบ้าน ลาคลอดแบบข้ามปีโดยได้เงินเดือน บริการสถานรับเลี้ยงเด็ก เพื่อให้พ่อแม่ทำงานได้อย่างเต็มที่ มีพี่เลี้ยงจากรัฐมาที่บ้าน

จนผู้กำกับแซวว่า รัฐจะมาซักผ้าให้เขาด้วยเลยไม๊....ใช่ มีบริการดังกล่าวจริงๆ

 

กลับกันในอเมริกา มีภาพวงจรปิดให้เห็นว่า มีรถพยาบาลพาผู้ป่วยที่ไม่มีเงินจ่ายมาทิ้งกลางถนน ใกล้กับสถานสงเคราะห์

ผู้ป่วยที่โดนทิ้ง คือ ผู้ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ มีผู้หญิงคนนึงโดนผ่าตัดมา แผลที่เย็บกะโหลกยังติดกันไม่สนิทดีเลยด้วยซ้ำ

 

ช่วงท้ายยิ่งมันส์สสส...

          ผู้กำกับลงทุนพาเหยื่อของวงจรอุบาทว์นี้ ลงเรือไปยังสถานที่ที่รักษาพยาบาลดีที่สุดในอเมริกา...ฟรีอีกตะหาก

นั่นคือ คุกนักโทษคดีที่ร้ายแรงแบบสุโค่ยๆ ที่ชายแดนคิวบา

 

แต่ดูเหมือนไม่ได้เตี๊ยมไว้ เลยต้องเผ่นขึ้นบกที่คิวบา...ประเทศที่อเมริกันหาว่าเป็นนรก

ยาที่ลูกทีมคนนึงต้องซื้อในราคา 200 กว่าดอล ที่คิวบา ราคา 5 เซ็นต์...เจ้าตัวถึงกับร้องไห้ว่านี่มันบ้าอะไรกัน

ที่นี่มัวร์พาลูกทีมเข้ารักษาพยาบาล...ฟรี!!

ทุกคนได้รับการรักษาเป็นอย่างดี โดยมัวร์ขอให้รักษาแบบที่รักษาคนคิวบา ไม่มากกว่า และไม่น้อยกว่า

มีสามคนในพวกลูกทีมที่เป็นจนท.กู้ภัยในโศกนาฏกรรม 9/11 ซึ่งพวกเขาได้รับการเชิดชูว่าเป็นฮีโร่

แต่ห้าปีหลังจากนั้น พวกเขาต้องติดเชื้อทางเดินหายใจ มีอาการทางจิต แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือในอเมริกา

แต่มาที่คิวบา พวกหน่วยกู้ภัยคิวบาได้เชิญพวกเขาไปยังสถานีดับเพลิงเพื่อเป็นเกียรติที่ได้พบกับฮีโร่...

 

          ช็อตสุดท้าย คือภาพที่ติดตามากที่สุดในหนัง เพราะมันเป็นอารมณ์ขันของผู้กำกับที่ฮามาก

เมื่อหนังมีให้เห็นข้อเสีย กลโกงของระบบในอเมริกา และยิ่งมีข้อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ

ยิ่งในคิวบาที่เขาบอกว่ามันคือ”นรก” ด้วยแล้ว

...เป็นผมก็ยังอยากอยู่ในนรกมากกว่าด้วยซ้ำไป...

2009/Mar/10

   หลังจากงานยุ่งมาพักใหญ่ๆ(ตอนนี้ก็ยังยุ่ง)

ก็ได้โอกาสรำลึกถึงเพลงเก่าๆน่ารักๆ และยังนิยมกันอยู่ในทุกวันนี้

อย่างวันก่อนเดินออกจากออฟฟิศย่านอาร์ซีเอ

ก็ได้ยินเสียงเพลงนี้มาจากร้านๆหนึ่ง ซึ่งเล่นสดฟังแล้วเพราะดี

เดินไป ท่อนฮุคของเพลงก็ติดปากไป จนถึงบ้าน

เอาล่ะสิ ไม่เป็นอันนอนกันละ ต้องหาเนื้อเพลง หาคอร์ด หาโหลดเข้าไป

กว่าจะได้ เฮ้อออ

คนแต่งเนื้อเพลงนี่ช่างเป็นคนที่เข้าข้างตัวเองจริงๆ ฮ่าๆ

แต่ก็ดี นาทีนี้ต้องทำตัวเองให้มีความสุขเข้าไว้

 แต่ MV นี่หายากชะมัด

อยากได้เวอร์ชั่นเต็มๆเพลง ก็ดันเสียงไม่ดี

พอมีเวอร์ชั่นเสียงดีภาพสวย ก็ดันไม่เต็มเพลง

ก็เลยเลือกเวอร์ชั่นนี้มาดูละกัน

ท่าเต้นดงบังชินกิ ยังอาย

บี้ เดอะสตาร์ ตบไฟเลี้ยวชิดซ้ายเลย

 

My Girl : Temptations

 

I've got sunshine   on a cloudy day
When it's cold outside,   I've got the month of May
 
I guess you say
what can make me feel this way
My girl.... My girl.... My girl....
Talking 'bout my girl  (My girl....)
 
I've got so much honey , the bees envy me
I've got a sweeter song, than the birds and the trees
 
Well, I guess you say
what can make me feel this way
My girl.... My girl.... My girl....
Talking 'bout my girl  (my girl....)
 
I don't need no money, fortune or fame 
I've got all the riches- baby, one man can claim
 
I guess you say
what can make me feel this way
My girl.... My girl.... My girl....
Talking 'bout my girl  (My girl....) (Talking 'bout my girl....)
 
I've got sunshine on a cloudy day with my girl...
I've even got the month of May with my girl...
 
คลาสสิคสราดด
 
ปล.ขอบคุณยูทูปคร้าบ

2009/Feb/03

   ไม่ชอบเลยจริงๆ เวลาที่คนใกล้ตัวต้องมานั่งนิ่ง เป็นแป๊ะ(ไม่)ยิ้มปวดริดสีดวง

จากแป๊ะยิ้มแป๊ะบันเทิง กลายเป็นแป๊ะหมางเมินไม่มองหมา

จากแป๊ะที่มีรอยยิ้มอยู่ทุกเวลา กลายเป็นแป๊ะหน้าหมาวัยทองเอย

ฮ่าๆๆ เผื่อมันจะสำนึกบ้าง ฮ่าๆ

 

เรื่องไม่มีอะไรให้คิดเยอะนักหรอก ก็แค่เรื่องแบบวัยรุ่นๆรักๆใคร่ๆใช่ๆไม่ใช่ๆนั่นหล่ะ

ด้วยความที่มันเองก็เป็นคนที่สุภาพ อ่อนโยน อ่อนต่อโลก แต่มีหนังโป๊เต็ม 2 ไดร์ฟ

มันเป็นคนขี้ยอม ยอมไปทั่วแหละ แม้กระทั่ง แกล้งเนียนให้มันเลี้ยงข้าว มันก็เลี้ยง

 

แล้วไงล่ะ

 

กับคนๆนี้มันก็ยอม ยอมแบบที่ผมยอมรับว่าไม่เคยเห็นมันจะเอารูปอิสตรีมาติดในห้องนอน

สงสัยด้วยวัยที่เฉียดสามสิบอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล มันเลยกะว่าคนนี้ต้องชัวร์

แต่ มันไม่เป็นไปเยี่ยงนั้นน่ะสิ

ไอ่เราก็เคยๆเรื่องแบบนี้มาสองสามหน ก็เข้าใจอ่ะนะ

ก็แกล้งแหย่มันไปวันๆ ฮ่าๆ สุขีว่ะ

 

สักวัน หากมันฟื้นเหมื่อไร มันคงเอาคืนเปนแน่แท้

ก็จะรอละกัน คิดได้เมื่อไหร่ สบายใจเมื่อไร มื้อหนักรออยู่

 

แล้ววันนั้นแป๊ะยิ้มก็จะกลับมาผงาดบัลลังค์อีกคราว

...วะฮะฮะฮ่า...

2009/Jan/21

   

   แบบว่าเพิ่งไปพักร้อน(ตอนหน้าหนาว)เมื่ออาทิตย์ก่อน

อารมณ์ยังตกค้าง ความขี้เกียจเริ่มตกตะกอน

กลับเข้าเมืองกรุง รู้สึกเหมือนจากไปนาน

ทั้งๆที่ไปแค่ 2 วัน 1 คืน

ไฮไลท์ครั้งนี้คงมีแค่ขาไปที่นั่งรถไฟไป

เป็นการขี่ม้าเหล็กครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี 

เช้าวันเสาร์ รอบ 8.05 น.

แอร์บนรถไฟหนาวมาก

หนาวกว่าลำปางของโน้ส อุดมอีก

แบบว่าพูดแล้วมีไอออกมาด้วย

ไม่ได้โม้

หนาวมากกก...

 หนาวไม่เกรงใจคนนั่งเลย

  

ผ่านไปแล้วครึ่งอาทิตย์

แต่ในหัวยังคงคิดถึงหัวหิน

เพราะจู่ๆก็มีเพลงเกี่ยวกับหัวหินขึ้นมาในหัว

หลายคนคงเคยร้อง

หลายคนไม่เคยฟัง

เพราะมันเก่า

และเราแก่ ฮ่าๆๆๆ

.

.

.

รถไฟจะไปหัวหิน

จับผู้หญิงมาทรมาน

จับผู้ชายมาทรยศ

จับแม่มดมาดึงสะดือ

จับกิ้งกือมาทำก๋วยเตี๋ยว

จับแมวเหมียวมาเต้นระบำ

จับแมวดำมา.เป่า..ยิ้ง..ฉุบบบ

.

.

นั่นล่ะ

เพลงเป่ายิ้งฉุบ

 

รู้สึกแก่ว่ะ

2009/Jan/19

  กลับเข้าสู่เมืองกรุงอีกครั้งหลังจากทำภารกิจระดับ S

โดยคราวนี้ได้จัดโชว์ "มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ"เพื่อเป็นของขวัญในวันเด็ก

สถานที่คือ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

ซึ่งก่อนหน้านั้นในพื้นที่เดียวกันนี้เอง ก็เพิ่งจัดงานกันดั้มเอ๊กซโป

และงานซูเปอร์ฮีโร่อะไรซักอย่างนี่ล่ะ ถือว่าเป็นธีมของห้างเขาล่ะ 

หลายๆคนที่อยู่วัยใกล้ๆกับกระพ้ม อาจจะสับสนว่ามันเป็นอะหยัง

ด้วยความสัตย์จริง ได้ยินชื่อครั้งแรกก็ยังนึกไม่ออกเลยว่ามันเป็นตัวอะไรหั

วหน้ายังเรียกว่าไอมดเอ๊กซ์อยู่เลย 

งานนี้มีทีเด็ดคือ เอา"มาสค์ไรเดอร์คาบูโตะ กับกาแท็ค"

มาจากญี่ปุ่นอย่าถามว่ากาแท็คคือตัวอะไร ไปหาในกูเกิ้ลเอาละกัน 

งานตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม โดยวันอังคารถึงศุกร์จะมีแค่ตู้เกมส์ในโซนให้เล่น

เสาร์ อาทิตย์ถึงจะมีโชว์ 

ของรางวัลในงานแจกกระหน่ำมากๆ

เพราะเหมือนว่าจะเป็นของเก่าเก็บ

มีทั้งมาสค์ไรเดอร์ฮิบิกิ (ตัวไรวะ) ฯลฯ ซึ่งไม่รู้จักอีกมากมาย 

ความระทึกของงานมันเกิดขึ้นในวันเสาร์ห้างเปิด 10 โมงตรง

คนกรูเข้ามาเป็นแบบแท๊กทีมพ่อแม่ลูกกระหน่ำกันเข้ามาในโซนจัดงาน 

โอ้วแม่เจ้า ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ 

แต่ไม่เป็นไร ทุกอย่างยังอยู่ในความควบคุมได้

การแสดงผ่านไปด้วยดีมือสั่นมากๆตอนกดคิวเพลงประกอบ

ยิ่งไอตอนที่มันจะคล๊อกอัพเนี่ย มือสั่น งิกๆๆๆๆ เลย

(คล๊อกอัพคือการเคลื่อนไหวแบบเร็วโคตร จนเหมือนทุกอย่างหยุดนิ่ง)

แล้วอีกไม่กี่วิ มันก็จะคล๊อกโอเวอร์ต่อ

ตั้งแทร็คซีดีกันมันส์เลยเพราะถ้ากดช้าไปสักวิ สองวินี่ โชว์ถือว่าเพี้ยนได้เลย

ยิ่งมีรังสีอำมหิตจากทีมผู้สร้างที่มาจากญี่ปุ่นกดดันอยู่ยิ่งแล้วใหญ่ 

เพิ่งมารู้วันสุดท้ายตอนที่เลี้ยงทีมงานว่า ผู้กำกับเวทีที่มาชื่อว่า ฟุคุดะ

(ไม่เกี่ยวกะเคียวโกะ ฟุคุดะนะ) เค้าคนนี้หล่ะ

ป็นผู้ใส่ชุดของไอ้มดแดงมาแล้ว 28 ปี  

ขอย้ำว่า 28 ปี 

ลายเซ็นของไอมดแดงที่ผ่านๆมาเวลาออกงาน

ก็คือลายเซ็นของเค้าคนนี้นี่ล่ะ

โอววว ลายเซ็นนำมาประมูลได้เลยนะตะเอง 

จบการแสดงแต่ละรอบจะมีการให้เด็กขึ้นเวทีมาถ่ายรูปกับมาสค์ไรเดอร์

จะจับมือ จับอะไรก็จับได้ (มั้ง)

ตอนนี้ล่ะ เกิดการจราจลแบบย่อมๆขึ้นเล็กน้อย

ในรอบแรกคนเป็นพันแออัดกันเพื่อต่อแถวขึ้นเวที

แต่นักแสดงใส่ชุดน่ะ อยู่ในชุดได้เต็มที่ 15 นาทีก็เก่งละ

ดังนั้นมันก็เลยต้องมีการตัดแถวกันบ้าง 

ผู้สมหวังก็กิ๊วก๊าวกันไปผู้ผิดหวังก็มาด่า

(จากคำให้การของสต๊าฟผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่) 

ออแกไนซ์คุณน่ะห่วยมากรู้ไม๊ ลูกผมยังไม่ได้ถ่ายรูปเลย

อ้าว ไอสาด ก็เมิงมาช้าเอง ไอฟาย (คิดในใจ) 

นี่กรูต้องจัดคิวให้คนอย่างพวกเมิงมาถ่ายรูปอีกกี่ชั่วโมงดีล่ะครับ

พวกเมิงถึงจะไม่มาด่าบริษัทกรูเนี่ย แสรดด 

จบการแสดง 2 วัน 4 รอบ อาจจะขัดใจไปบ้าง

เนื่องจากตอนแรกกำหนดไว้ว่าวันละ 3 รอบ

แต่ไหงเปลี่ยนไปได้ก็ไม่รู้เหลือวันละ 2 รอบ 

งานอาจจะดูก๊อกแก๊ก ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับอัตภาพทางการเงินของผู้จัดอ่ะนะ

งานนี้กระพ้มยังกระซิบบอกลูกค้าอยู่เลยว่า งานนี้ผมเทเกินร้อย

อยากทำโชว์ให้เด็กๆดู

อยากทำให้เด็กๆสนุก

ยากทำโน่นนี่ให้เต็มที่ (แต่ตังไม่พอ)

พอเห็นเด็กมาเล่นเกมส์ในงานแล้วมันสนุกไปด้วย

 

 

แต่ทำแล้ว เจือกโดนพ่อมันด่า เวงกำ

 

 

 

 

 

 

กำลังเตรียมการแสดง คนก็มาออกันแว้ว

 

 

 

ต้องให้ MC มาเคลียจราจลก่อนรอบแสดง

 

 

 

 

 

สู้ๆ

 

 

 

 

 

คิวถ่ายรูปละ ต้องให้สุดยอดครีเอทีฟลงไปช่วยจัด อิอิ ขอบคุณครับพี่

 

 

 

 

 

แขกรับเชิญ น้าต๋อย เซมเบ้ พร้อมฮีโร่สายเลือดไทยของน้าต๋อย

 

น้าครับ มุกของน้าเด็ดมากครับ

 

 

 

 

กิจกรรมมีอีกเยอะแยะ