ด้ท่องโลกอินเตอร์เนทเล่นอยู่ ก็ไปเจอหัวข้อน่าสนใจ ซึ่งน่าจะเหมาะกับนิสัยชอบรู้อนาคตของเราๆท่านๆนัก วันนี้ก็เลยขอนำเสนอ คำทำนายอนาคตล่วงหน้าเป็นชาติ ไว้รอดูกันว่าจะเป็นจริงอย่างเค้าทำนายรึเปล่าอย่าไปงมงาย และอย่าไปลบหลู่ละกัน พี่น้อง

ขอให้บันเทิง

   วานก้า หรือชื่อจริงคุณยาย วานเกเลีย ปานเดว่า กุชเตโรว่า เป็นชาวบัลแกเรีย ซึ่งตายไปเมื่อหลายปีก่อน

 

   คุณยายผู้นี้เกิดเมื่อ 31 มกราคม 1911 ในครอบครัวชาวนายากจน ที่หมู่บ้าน สตรูมิซ่า ที่ปัจจุบันอยู่ใน มาเซโดเนีย     เมื่อคลอดออกมา คุณยายทำท่าว่าจะไม่รอดตั้งแต่หลังคลอด แต่ไม่ยักกะตาย และหลังจากมีอายุได้ 2 เดือน เด็กน้อยก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเด็กปกติ

   ตอนอายุ 3 ขวบ แม่คุณยายก็เกิดมาตาย ไม่นานหลังจากนั้น พ่อก็ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามโลกครั้งแรก เพื่อนบ้านต้องช่วยกันดูแลเด็กน้อยแทนหลังจากพ่อกลับมา ชีวิตของท่านก็ดีขึ้น เมื่อพ่อมีเมียใหม่ แม่ใหม่ก็ไม่ได้รังเกียจลูกเลี้ยง

   พอคุณยายมีอายุได้ 12 ขวบ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับตัวท่าน กล่าวคือได้เกิดพายุหมุนในหมู่บ้าน (โดยก่อนและหลังเหตุการณ์ครั้งนั้นไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย) พายุได้หอบเอาคุณยายขึ้นไปเบื้องบน ก่อนจะปล่อยตกลงมาในภายหลัง และหลังจากนั้นตาของคุณยายก็เริ่มมองไม่เห็น หลังการผ่าตัดก็ไม่หาย และมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง 3 ปีหลังเหตุการณ์นั้น

   ปี 1925 คุณยายถูกส่งตัวเข้าโรงเรียนคนตาบอด และใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3 ปี เมื่อกลับมาบ้าน ก็ต้องเจอกับชีวิตที่ยากลำบาก ทั้งความยากจน งานหนัก และโรคภัยไข้เจ็บที่เกือบจะคร่าชีวิต แต่ในช่วงนั้นเองที่คุณยายเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอำนาจพิเศษ นั่นก็คือการมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆทั้งจากในความฝัน พรายกระซิบ และอื่นๆ ทำให้สามารถทำนายทายทักเหตุการณ์ทั้งที่จะเกิดในอนาคต และเกิดมาแล้วได้อย่างแม่นยำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องทหารที่สูญหายไปในแนวหน้า แต่ตอนแรก คุณยายไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร กลัวจะถูกหาว่า นอกจากบอดแล้วยังบ้า

   คำทำนายครั้งแรกของคุณยาย มีขึ้นเมื่ออายุ 16 ปี คือการบอกถึงสถานที่ที่แพะของพ่อที่ถูกลักไป ถูกนำไปซ่อน คุณยายบอกว่า ท่านเห็นสิ่งนี้ในฝัน

 

   ปี 1942 คุณยายแต่งงานกับหนุ่มที่รู้จักกันที่โรงเรียนคนตาบอด และเริ่มเป็นนักทำนายอย่างเป็นงานเป็นการตอนอายุ 30 ช่วงนี้คุณยายเริ่มโด่งดังมากขึ้น เมื่อทำนายทายทักว่า ทหารคนไหน จะกลับมาจากแนวหน้า หรือไม่ได้กลับ ทำให้ผู้คนแห่แหนกันมาหาคุณยาย ให้ช่วยทำนายทายทัก ทั้งเรื่องทหาร เรื่องโรคที่ป่วย

 

   จากการประเมิน เชื่อว่า มีผู้มาขอความช่วยเหลือจากคุณยาย มากถึงกว่าล้านคน แต่ไม่มีหลักฐานอะไรมายืนยันเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ได้มีการจดบันทึกใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้น บางคนก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาหรือเธอ มาขอความช่วยเหลือจากคุณยายบ้านนอกตาบอด

   ว่ากันว่า หนึ่งในผู้ที่มาหาคุณยาย เพื่อให้ทำนายโชคชะตาก็คือ ฮิตเลอร์

   เมื่อบัลแกเรีย กลายเป็นประเทศสังคมนิยม ทางการก็เข้ามาตรวจสอบคุณยาย แถมยังส่งคุณยายไปนอนถึงอยู่ครึ่งปี เพราะดันไปทำนายทายทักเรื่องการตายของสตาลิน แต่เมื่อเรื่องการตายเกิดขึ้นจริง พวกเขาก็ปล่อยคุณยายออกมา

   ฝ่ายศาสนาเองก็ไม่ชอบหน้าคุณยาย เพราะคำทำนายหลายข้อขัดแย้งกับความเชื่อ ทางศาสนาของกรีกออโธดอกซ์

   ในส่วนของความแม่นยำนั้น จากการทำวิจัยของนักวิทยาศาสตร์บัลแกเรียผู้หนึ่ง ที่ติดตามคำทำนายมากกว่า 7 พันคำทำนายของคุณยาย ก็สรุปว่า ถูกต้องถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยคำว่าแม่นในที่นี่ ระบุด้วยว่า เกินกว่าระดับที่จะถือได้ว่าเป็นการประจวบเหมาะ

   และเมื่อไม่สามารถสยบกระแสนิยมการมาใช้บริการ ทางการก็เลยหาทางทำเงินทำทองจากเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ     ตั้งแต่ ปี 1967 จนถึง 1990 คุณยาย ถือเป็น ข้าราชการ คนหนึ่ง และมีการกำหนดสนนราคาการเข้ามาขอใช้บริการไว้อย่างเป็นกิจลักษณะ โดยคนจากประเทศสังคมนิยม 15 ประเทศ คิดค่าบริการคนละ 10 เลียฟ (ประมาณ 2 ดอลล่าร์ ) ส่วนจากประเทศอื่นๆที่เหลือคิดคนละ 50 ดอลล่าร์ ...งานนี้ทางการรับเข้ากระเป๋าไปหมด

   ในส่วนของตัวคุณยาย ก็จะได้เงินเดือน เดือนละ 200 เลียฟ นอกจากนั้นก็ยังได้รถยนต์ บ้าน และคนรับใช้

   จากคนที่เคยถูกทางการจับ คุณยายวานก้า ได้กลายเป็น ความภาคภูมิใจของบัลแกเรียไปเสียแล้ว

   เมื่อมีคนชอบ ก็มีคนชัง คนที่ชิงชังคุณยายตาบอดรายนี้มากที่สุด ออกมาติติงคุณยายว่า ทีอันไหนทายถูกแล้วละก็ จำได้จำดี ส่วนอันไหนทายผิด ดันลืมไปหมดนานแล้ว

   นอกจากนั้น ก็ยังบอกว่า คุณยายทำงานประสานกับหน่วยข่าวกรองบัลแกเรีย ในการทำนายโชคชะตาผู้คน คือให้หน่วยข่าวกรองไปสืบข้อมูลของคนที่จะมาพบคุณยายเป็นการล่วงหน้า เขาบอกว่าหลักฐานในเรื่องนี้ก็คือ หลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ล้มลง ฝ่ายข่าวกรองไม่ได้เข้ามาช่วยเหลืออีกต่อไป การทายของคุณยายก็แย่ลง

ต่อไปนี้คือคำทำนายถึงโลกในอนาคตครับ

 

2008 - ผู้นำ 4 ประเทศถูกลอบสังหาร กรณีพิพาทในอินโดสถาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3
2010 - เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน 2010 - ตุลาคม 2014 ) ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดาต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี
2016 - ยุโรปแทบจะร้างผู้คน
2018 - จีนเป็นมหาอำนาจของโลกรายใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา กลับกลายจากประเทศผู้ถูกกดขี่ มาเป็นผู้กดขี่เสียเอง
2023 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
2028 - เกิดแหล่งพลังงานใหม่ (คาดว่า น่าจะเป็น เทอร์โมนิวเคลียร์ รีแอ็คชั่น ) โลกเริ่มเอาชนะปัญหาความอดอยากได้ มนุษย์เริ่มเดินทางไปยังดาวศุกร์
2033 - น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
2043 - เศรษฐกิจโลกรุ่งเรือง มุสลิมปกครองยุโรป
2046 - มนุษย์ปลูกอวัยวะได้ทุกอย่าง การเปลี่ยนอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาโรคที่ดีที่สุด
2066 - สหรัฐโจมตีกรุงโรมของพวกมุสลิมด้วยอาวุธใหม่ คือ อาวุธสภาพอาก าศ ซึ่งทำให้อากาศหนาวเย็นลง
2076 - สังคมไร้ชนชั้น (คอมมิวนิสต์)
2084 - ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู
2088 - เกิดโรคใหม่ โรคแก่ติดจรวด (แก่ในไม่กี่วินาที)
2097 - เอาชนะโรคแก่ติดจรวดได้
2100 - ดวงอาทิตย์เทียมให้แสงส่างกับโลกส่วนที่มืด
2111 - มนุษย์ กลายเป็น มนุษย์ไซบอร์ก (หุ่นยนต์มีชีวิต)
2125 - โลกได้รับสัญญาณจากอวกาศ
2130 - โลกไปตั้ง อาณานิคมใต้น้ำ (จากคำแนะนำของมนุษย์ต่างดาว)
2164 - สัตว์ กลายเป็นสัตว์กึ่งมนุษย์
2167 - เกิดศาสนาใหม่
2183 - อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเป็นเอกราชจากโลก
2187 - โลกหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ 2 ลูก
2195 - อาณานิคมใต้น้ำ เลี้ยงตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ทั้งอาหารและพลังงาน
2196 - ชาวเอเชียผสมกับชาวยุโรปโดยสมบูรณ์
2221 - ในการติดตามหาชีวิตนอกโลก มนุษย์ต้องเจอกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัว
2256 - ยานอวกาศนำโรคร้ายกลับมายังโลก
2262 - วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดาวหางเกือบชนดาวอังคาร
2273 - การผสมปนเปกันของคนผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ก่อเกิดเป็นคนสีผิวใหม่
2279 - พบพลังที่ไม่ได้มาจากอะไรเลย (คาดว่าอาจจะมาจากสภาพสูญญากาศ หรือไม่ก็หลุมดำ )
2288 - มีการเดินทางไปกับกาลเวลา การติดต่อครั้งใหม่กับมนุษย์ต่างดาว
2291 - ดวงอาทิตย์เริ่มเย็นลง มีความพยายามที่จะจุดมันขึ้นมาใหม่
2296 - เกิดระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ สถานีอวกาศและดาวเทียมเก่าเริ่มตก
2299 - ในฝรั่งเศสเกิดการจลาจลต่อต้านมุสลิม
2302 - เปิดกฏใหม่เรื่องความลับของจักรวาล
2304 - พบความลับของดวงจันทร์
2354 - เกิดความผิดพลาดกับดวงอาทิตย์เทียม ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง
2371 - เกิดปัญหาความอดอยากครั้งใหญ่
2480 - ดวงอาทิตย์เทียม 2 ดวงชนกัน
3005 - สงครามบนดาวอังคาร
3010 - ดาวหางชนดวงจันทร์ เศษซากที่กระจาย พากันโคจรรอบโลก
3797 - ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเหลือบนโลก แต่มนุษย์ได้ไปวางสิ่งจำเป็นพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตบนดาวดวงอื่นแล้ว



   ตัวอย่างการทำนายของคุณยายวานก้าที่ว่าแม่นๆนั้น ก็อย่างเช่นเรื่อง
เรือดำน้ำคูร์สค์ ของรัสเซียที่ระเบิดเมื่อหลายปีก่อน ที่คุณยายทำนายไว้ตั้งแต่ปี 1980

 

   คุณยายทำนายเรื่องนี้ว่า ' ในปี 1999 หรือ 2000 คูร์สค์ จะจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนทั้งโลกจะเศร้าใจกับมัน แต่ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ เพราะเมืองคูร์สค์ อยู่ไกลจากทะเล หรือแม่น้ำ และไม่มีใครฉุกคิดว่าคุณยายทำนายถึงเรื่องดำน้ำคูร์สค์

   นอกจากนั้น คุณยายวานก้า ก็ยังทำนายตั้งแต่ปี 1979 ถึงการที่ สหภาพโซเวียต จะกลับคืนมาเป็นรัสเซีย เหมือนเดิม เรื่องที่สหรัฐถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี ในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ตั้งแต่ปี 1989

เรื่องการลงนามใน สนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ ระหว่างกอร์บาชอฟกับเรแกน

การเข้ามาอยู่ในกลุ่ม จี 8 ของรัสเซีย

การกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้งของรัสเซีย

การขึ้นมายิ่งใหญ่ของคนชื่อ วลาดิมีร์

และเรื่อง วันตายของคุณยายเอง

 

   คุณยายตายเมื่อ 11 สิงหาคม 1996 เวลา 10:10 น.ตรงตามที่ทำนายเอาไว้ทั้งวันที่ และเวลา

ว่าแต่คุณยายทำนายได้มะ เมื่อไรพันธมิตรกะนายกจะรักกัน
ขอบคุณ :http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6609938/X6609938.html

 

เลี้ยงเด็กรังสิต

posted on 12 Jun 2008 15:08 by gopzilla  in GoPZillATalK
จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายที่ได้ทำบุญให้เด็กกำพร้า หรือเด็กพิการครั้งสุดท้าย
มันก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว
ยิ่งถ้านับย้อนไปถึงครั้งแรกที่เลี้ยงเด็กกำพร้า ก็คือ 8 ปีที่แล้ว
แม่เจ้า แก่ว่ะ
ครั้งแรกตอนปีหนึ่ง นัดกับเพื่อนรวมกันเป็นสิบไปเลี้ยงเด็กอ่อนพญาไท
เป็นครั้งแรกที่ได้ทำบุญให้กับเด็กๆเหล่านี้
ครั้งนั้นเข้าไปที่สถานรับเลี้ยงแล้ว บรรยากาศร่มรื่นมาก
แต่ถ้าให้เลือกได้ ก็คงไม่มีใครอยากอยู่ที่นั่นหรอก
กิจกรรมที่ทำวันนั้น ก็ได้เลี้ยงอาหารกลางวัน ป้อนข้าวน้องๆ
ตอนป้อนนี่ บางคนชอบเล่นก็จะกินไปเล่นไป
บางคนขี้อาย ก็กินคำ มุดโต๊ะหนีที เอ่า จะอิ่มไหมนั่น
พี่เลี้ยงก็จะพาดูพื้นที่รอบๆ ก็ไปเจอห้องหนึ่งที่เป็นเด็กเล็ก
มีคนหนึ่งอยู่ในเปล พอเห็นคนมาเยี่ยมก็ยิ้ม ลุกขึ้นมาเกาะเปลร้องแอ๊ๆ
แต่มีคนนึงที่ผมเห็น น้องเค้าท้องใหญ่มาก รู้สึกว่าจะเป็นโรค จำไม่ได้โรคอะไร
พี่เลี้ยงแกก็เล่าประวัติของน้องเค้า ฟังแล้วก็น่าสงสาร แต่จำไม่ได้แล้ว ฮ่าๆ
เอาเป็นว่าวันนั้น ทั้งดีใจทั้งสงสาร
ดีใจที่อย่างน้อยเราก็ทำให้น้องๆเค้ามีเพื่อนเล่น ถึงจะเป็นเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็เถอะ
อีกใจก็สงสาร ถ้าเป็นเศรษฐีนะ จะบริจาคเป็นแสนโชว์นายกแมร่งเลย
หลังจากเลี้ยงเด็กๆเสร็จก็ยังคุยกับเพื่อนๆอยู่เลยว่า อยากจะมาเลี้ยงทุกๆปี
แต่เวลาผ่าน ลมปากก็ปลิวหายไป ฮ่าๆๆ ลืมกันหมด
มาถึงวันนี้ 8 ปีกว่าแล้ว
หัวหน้าผมนัดจะทำบุญให้เด็กอ่อน แต่เป็นที่รังสิต คลองอะไรจำไม่ได้ คลอง 5 มั้ง
IMG_7328
ป้ายทางเข้า
ออกเดินทางจากออฟฟิศ 11 โมง  คลาดเคลื่อนจากกำหนดการเดิม 9 โมงเช้า
ไปถึงเที่ยงกว่า ทางเข้าดูร่มรื่น รื่นรมย์
มีกำแพงฝีมือเด็กๆละเลงสีกัน
สวนหย่อม กับของเล่นให้หนูๆวิ่งไล่เตะ ทะเลาะกันตามอัธยาศัย
IMG_7321  
พื้นที่ติดต่อรับบริจาคของ ห้องที่เห็นคือห้องทานอาหารของน้องๆ
IMG_7325 
IMG_7326
บรรยากาศภายในสถานรับเลี้ยง
แต่
หาเด็กไม่เจอสักคน
เพิ่งมารู้ว่าเด็กกินข้าวเที่ยงตอน 11 โมง ไปถึงน้องๆก็ขึ้นไปนอนตีพุงกันหมดแล้ว
ฮ่าๆๆ
ของที่บริจาคก็เป็นของปัจจัยหลักที่ทางสถานดูแลจำเป็นต้องใช้จริงๆ
รวมกับเงินบริจาคอีกจำนวนหนึ่ง ไว้สำหรับซื้อของจำเป็นเพิ่มเติม
IMG_7319  
ของที่เอามาบริจาค
 IMG_7315
กระดานแจ้งของที่ต้องการด่วน ใครว่างกะมีตังค์ก็ช่วยๆหน่อยเน้อ
เสร็จกิจ จึงกลับ แวะกินก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิตซะหน่อย ให้รู้ว่ามาถึงรังสิตแว้ววว
IMG_7334
เด็กๆพวกนี้บางคนต้องถือว่าไร้วาสนา
เกิดมาพ่อแม่ไม่เลี้ยงบ้าง ตายจากกันไปบ้าง
แต่บางคน ไม่รู้ทำบุญมาด้วยอะไร
พ่อแม่ยากจนเลี้ยงไม่ได้ แต่มีฝรั่งรับไปเลี้ยง
โกอินเตอร์ ท่องเอบีซีก่อนจะเขียน กอไก่เป็นซะอีก
IMG_7309   
ผู้ใจบุญกำลังดูนอ้งๆที่โกอินเตอร์ 
IMG_7317
ชื่อคุ้นๆนะ - -"
วาสนาคนมันเลือกไม่ได้เนาะ
IMG_7316     
สาบานนะว่าเห่าได้ นึกว่าหมี
IMG_7320
สภาพรถ ที่ต้องชาร์จพลังไว้สำหรับขากลับ ฮ่าๆ
IMG_7329
ผู้ใจบุญไม่ประสงค์จะออกเงิน แต่จะออกนาม ฮ่าๆๆๆ

     คืนวันก่อนหลังจากเสร็จงานที่วุ่นวายมากๆงานหนึ่ง

ผมกลับมาถึงบ้าน อย่างอ่อนแรง

เหนื่อยกาย เหนื่อยใจ สภาพประจำหลังจากจบงาน

หลังจากเสร็จภารกิจส่วนตัว

ผมมายืนอยู่หน้าบ้าน มองต้นไม้ที่พ่อรัก

ปลูกเช้า ปลูกเย็น เป็นเพื่อนสูบบุหรี่ของพ่อ

ไม่รู้มันจะเหม็นมั่งรึป่าว เป็นมะเร็งไปกี่ต้นก็ไม่รู้

ค่ำคืนนี้ดูท้องฟ้าเป็นสีแดง นี่คือสัญญาณว่าฝนจะตก

ท้องฟ้ามีดาวพอมองเห็นได้อยู่ลางๆ

ผมจินตนาการบรรเจิด คิดว่าคนคือดวงดาว

ดาวแต่ละดวงมีบริวารไม่เท่ากัน

บางดวงก็โดดเดี่ยว บางดวงก็มาเป็นแพ็กเกจ

ดวงเดี่ยวๆก็มีบางดวงที่แสงสว่างมาก บางดวงสว่างน้อย

พวกเป็นกลุ่ม บางทีแสงดาวก็ตีกัน สว่างกันเป็นก้อน 

เหมือนคนน่ะแหละ

บางคนอยู่คนเดียว สบายใจไม่วุ่นวาย

บางคนอยู่เป็นกลุ่ม เรื่องโน้นเรื่องนี้ วุ่นวาย

มองแล้วก็คิด ทำไมชีวิตต้องวุ่นวายเพราะอยู่คนเดียวไม่ได้

แต่ก็นั่นแหละ ทีเค้าเรียกว่าชีวิต

เงียบๆ เรียบๆ เชียบๆ จืดสนิท

มันต้องมีเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเรื่องที่เป็นเรื่องมาสับเปลี่ยนกัน

ดาวที่อยู่เป็นกลุ่ม บางทีวงโคจรเปลี่ยน

กลุ่มดาวก็จะแตกแยกกันไป

ดาวเดี่ยวจะกลายเป็นกลุ่ม

ดาวกลุ่มจะกลายเป็นเดี่ยว

ชีวิตมีโดเดี่ยว ชีวิตมีวุ่นวาย

สนุกกันไปมนุษย์

สนุกกันไปดวงดาว

สักวันดาวก็ต้องมอดลง เร่งรีบกันไปก็เท่านั้น

สนุกกับแสงสว่างของตัวเองในวันนี้

สนุกกับดาวรอบๆตัววันนี้

 

สักวันดาวจรัสแสงจะแพ้แรงหิ่งห้อย

จากแฟนผีคนหนึ่ง

posted on 23 May 2008 15:24 by gopzilla  in GoPZillATalK

ย้.....เย้ เย้ เย้ เย้ เย้...

นี่คืออารมณ์ตอนตี 5 เช้าวันที่ 22 พฤษภาคม 2551

อารมณ์ระเบิดแตก กิ๊วก๊าว อยากจะกรี๊ด แต่กลัวแต๋วแตก

ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น 1 คืน ได้นอนแค่ 2 ชั่วโมง เพราะต้องมาทำงานเลิก ตี 1 แท้ๆ

ตอนนั้นหูตาสว่าง วิ่งขึ้นห้องไปเอากล้องถ่ายรูปมาถ่ายหน้าจอโทรทัศน์

เหมือนคนบ้าเลย ฮ่าๆๆ

ภาพนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเฉลิมฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก

แต่ละคนชูถ้วย และบรรจลจูบต่อๆกัน (อี๋ว่ะ)

คนดูนับหมื่นในสเตเดียม ยิ้ม หัวเราะ ผิดหลัง และร้องไห้ปนเปกันไป

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ที่ได้เห็นทีมรักชูถ้วยแชมเปี้ยนลีก

เพราะเมื่อตอนปีที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์นั้น ผมยังติดภารกิจเรียนหนังสือ

การนอนเกิน 4 ทุ่ม ถือเป็นเรื่องลำบากมาก

ปีนี้ไม่ต้องเรียน แถมจะลาหยุดอีกตะหาก เลยได้ดูสมใจอยาก

ได้เห็นทีมรักชูทั้งถ้วยพรีเมียร์ และถ้วยแชมเปี้ยนลีกทั้งสองถ้วยในปีนี้

รู้สึกอิ่มอุ่น ไม่เสียแรงเชียร์ อิอิ

ก่อนเริ่มเกม ความกลัวผิดหวังพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง

แต่เมื่อเริ่มเกมกลับกลายเป็นความมั่นใจเกินร้อยว่า

คืนนี้หมูแน่

แต่หลังจากโดนตีเสมอก่อนหมดครึ่งแรก

ชิหายเลี้ยวววว...เครียด

ครึ่งหลังโดนบี้อย่างหนัก แต่รอดมาได้ด้วย เสาและคานทั้งนั้น

ช่วงต่อเวลา ไม่ได้ดีขึ้นเลยแม่เจ้า

ต่อเวลาครึ่งหลัง ก็ไม่ได้ต่างอะไรเลยถึงจะมีใบแดงให้ไอแมงสาบด(ร)อกบ้าก็เหอะ

ลูกโทษคือตัวตัดสินหลังจากเสมอกันแบบเสียวทวารหนัก 1-1

เพียงแค่ตัวยิงที่สาม (หรือสองหว่า) เจ๊ดโด้วางบอลก่อนจะถอยหลังมาตั้งหลัก

ภาพอดีตตอนยิงบาร์ซ่าไม่เข้ามันย้อนกลับมา

แล้วมันก็เป็นจริง...ไอเจ๊ดดดโด้....แม่เยสสสส

แต่แล้วก็ฟ้ากลั่นแกล้ง

จอห์น เทอร์รี่ กัปตันกระดูกเหล็กวางบอล ฝนเริ่มเทหนักกว่าปกติ

กองหลังดีเดือดวิ่งเข้ามาสไลด์ตัว ก่อนเตะบอล

แม้ว่าฟาน เดอ ซาร์จะพุ่งผิดทาง แต่ก็ดีที่ไม่ต้องเจ็บตัวโดนบอลอัด เพราะบอลมันชนเสาออกไป

เอาแล้ววววว...ขอลุ้น ลูกต่อลูกแล้ววว

เชลซีวางแผนมายิงทางซ้ายของน้าเอ๊ดทุกคน

น้าเอ๊ดก็เลยเล่นจิตวิทยา พุ่งขวาแม่งตลอด ดูว่าใครจะอดทนได้มากกว่ากัน

แล้วก็เป็นอาเนลก้า

พลั๊วะ...บอลลอยละลิ่วออกจากมือน้าเอ๊ด พ้นปากประตูไป

เย้.......หมดคำบรรยายในนาทีนั้น

ในที่สุดสิ่งที่ลุ้นมาตลอดตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็เป็นจริง

ดับเบิ้ลแชมป์

หนึ่งถ้วยใหญ่สุดในฟุตบอลอังกฤษ

และ หนึ่งถ้วยใหญ่สุดในสโสรยุโรป

เฟอร์กี้ขอสอง

 

IMG_6916

IMG_6917

IMG_6918

ถ่ายจากทีวี ฮ่าๆๆ บ้ามาก

ผมมันแย่ผมมันแพ้ ป.2

posted on 05 May 2008 02:16 by gopzilla  in GoPZillATalK

ดูเหมือนว่า การเดินทางของผมจะต้องมีอุปสรรคซะทุกครั้งไป

เมื่อวันหลังแรงงาน 1 วัน ผมได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญ

ให้เป็นตัวแทนของบริษัทไปรับบรีฟจากลูกค้าเจ้า(ปัญหา)ประจำ

งานคร้งนี้จัดที่พัทยา แถวๆ นาเกลือในโรงแรมสร้างใหม่แห่งหนึ่ง

ผมต้องเดินทางไปคนเดียว...

อีกแล้ว ชอบจริงๆ ฮ่าๆๆๆห่า...ขยิบตา

 

หัวหน้าก็ถามว่าต้องการรถตู้ไหม

เราก็ไม่อยากเปลือง ก็เลยไม่ต้องครับพี่ นั่งรถทัวร์ไป

กำหนดการคือ ต้องไปถึงที่พัทยา ก่อนบ่ายโมง

โอเช ชิวชิว หุหุ

ในใจคิดเยี่ยงนั้น

 

คืนก่อนเดินทางก็นั่งเล่นเนท เชกไฮไฟว์เด็กๆ (อิอิ)

นอนซะตี 4 เลย จากบ้านไปเอกมัยนิดเดียวก็ถึง

ตื่นนอนก่อน 9 โมง  แถมเจอหม่อมแม่บอกจะไปส่งให้

อุ๊ย...สบาย อิอิ

ถึงท่ารถ รถทัวร์แบบ ป.1 เพิ่งออกไป

ต้องรออีก 40 นาที เราก็เออ นั่ง ป.2ก็ได้มั้ง

แวะบ่อยหน่อย แต่มีเวลาตั้ง 4 ชั่วโมง

เหลือๆ...ผมมั่นใจอย่างนั้น

 

120 บาท ค่ารถออกตัว

แวะตั้งแต่พระโขนง

อ่อนนุช

อุดมสุข

กว่าจะถึงแยกบางนา เป็นจุดสุดท้ายของเส้นสุขุมวิท

ใช้เวลาไป 30 กว่านาที...แม่เจ้า....

ไหนจะเซ็นทรัลบางนา และที่ไหนต่อไหนอีก...

นอนดีกว่า

ตื่นมาอีกที

ไม่รู้ที่ไหน แต่คนเก็บตังค์มันบอกว่ารถเฟืองท้ายน้ำมันรั่ว

ต้องลงป้ายหน้าเปลี่ยนรถเป็นรถด่วนด้วย ผมสั่งไว้ให้แล้ว

แถมบอกว่าเอาตั๋วไปโชว์ให้อีกคันนึงดู จะได้ไม่ต้องเสียตังอีก

ก็ เออก็ได้วะ ตอนนั้น 11 โมงละ

เปลี่ยนรถ ได้รถใหม่เลย

คนเก็บตังก็มาถามลงไหน

บอกไปว่าพัทยา

70 บาท...

เอ่า ไหนคนเมื่อกี้บอกไม่ต้องเสียตัง...ว่าแล้วก็โชว์ตั๋วให้ดู

โหยพี่ คนโน้นก็คนโน้นดิ...นี่รถผมนะ...70 บาท...

ไอสัด โดนหลอกอีกแล้วกู...

(คิดในใจ เพราะพูดไปอาจเสียชีวิตได้)

จ่ายไป...120 + 70 = 190

แพงกว่านั่ง ป.1 อีกว่ะ -_-"

 

ครับรถด่วน แม่งแวะตลอดเส้นทางเลยยยยย...

จอดถี่ยังกะ บีทีเอส

แม่เจ้า เที่ยงยังไม่ถึงศรีราชาเลยว่ะ

โทรหาลูกค้า โทรหาหัวหน้า ไปสายแน่ๆครับ...

กว่าจะไปถึงที่โรงแรมได้เกือบ บ่าย2

โอวววว...

พอกันทีกับรถทัวร์ ป.2

หลังจากโดนไปลำปางมาครั้งนึงละ

เล่าให้ใครฟัง ด่าเราโง่หมด สงสัยจะจริง ฮ่าๆๆๆ

ยังไปกล้าเล่าอีก ฮ่าๆๆๆๆห่า...

 

ผมมันแย่ผมมันแพ้ ป.2